ช่วงนี้หนังไทยในโรงภาพยนตร์ดูเงียบ ๆ คงหลีกทางให้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูด 2 เรื่อง เดือนหน้าหนังผีไทยจะเขย่าโรง
ซึ่งคาดว่าจะสร้างปรากฎการณ์ แต่อย่างไรก็ดีในแวดวงภาพยนตร์ไทยยังมีข่าวคราวให้ติดตาม อย่าง ภาพยนตร์ "บินล่าฝัน" หรือ A Time to Fly ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในสัปดาห์ภาพยนตร์สำหรับเด็กแห่งประเทศจีน ครั้งที่ 18 ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งบินล่าฝันเป็น 1 ใน 4 ภาพยนตร์ต่างประเทศที่ผ่านการคัดเลือกในปีนี้
งานสัปดาห์ภาพยนตร์สำหรับ เด็กแห่งประเทศจีน นำเสนอภาพยนตร์กีฬาสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชน มีแนวคิด ให้กีฬาเยียวยาจิตใจ ให้แสงแห่งภาพยนตร์ปกป้องอนาคต โดยคณะกรรมการภาพยนตร์เด็กแห่งสมาคมภาพยนตร์จีน ร่วมกับศูนย์ศิลปะภาพยนตร์แห่งสหพันธ์วรรณกรรมและศิลปะแห่งประเทศจีน และได้รับการสนับสนุนจากพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์จีนและศูนย์บริการเยาวชนกรุงปักกิ่ง ซึ่งปีนี้คัดเลือกภาพยนตร์เด่น 10 เรื่องจากจีนและต่างประเทศ
กล่าวกันว่า ภาพยนตร์บินล่าฝันได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หวังขยายความร่วมมือด้านสื่อและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ พร้อมผลักดันให้คอนเทนต์ไทยเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น
ศุภมาส อิศรภักดี รมต.สำนักนายกฯ ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มองว่า ที่ผ่านมากองทุนให้ทุนสนับสนุนผลงานดีๆ ต่อเนื่องทุกปี แต่ยังต่อยอดไปสู่การเผยแพร่ได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ จึงให้สำนักงานนำผลงานทั้งที่เสร็จแล้วและที่กำลังดำเนินการ มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาของกองทุน แล้วต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม การที่ภาพยนตร์บินล่าฝันได้ฉายที่ปักกิ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าผลงานของคนไทยไปไกลได้จริง
ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมคณะผู้บริหารกองทุนฯ และผู้บริหารซียู ไนเต็ด เอ็กซ์เทนชั่น ดูแลงานนิเทศนวัตกรรมของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ประสานงานโครงการ จะเดินทางไปร่วมงาน การได้ฉายร่วมโปรแกรมกับภาพยนตร์ระดับสากลของจีนและต่างประเทศ ถือเป็นความสำเร็จของภาพยนตร์ไทย นอกจากนี้ คณะยังเตรียมคอนเทนต์อื่นของกองทุนไปเจรจาเปิดตลาดในงานนี้ด้วย
พอพูดถึงภาพยนตร์บันเทิงก็อยากพูดถึงสารคดี ซึ่งงานของ "ฮลุน โซโล่" หรือ บวรทัต เป็งสุข ที่เผยแพร่ผ่านยูทูปและเฟซบุ๊ก จนมีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก
แม้ตัวไม่อยู่แล้ว แต่ผลงานความทรงจำของการเดินทางไปรอบโลกถือเป็นภาพยนตร์สารคดีที่ช่วยให้คนไทยโดยเฉพาะเยาวชนได้เห็นโลกอีกมุมหนึ่ง เพราะบางทีเราอาจคิดไปเองว่า ประเทศต่าง ๆ อาจสวยงามและไม่สวยงามตามข้อมูลที่เคยได้รับรู้ แต่สำหรับงานฮลุนทำให้ตีความเกิดมุมมองใหม่ ซึ่งน่าชื่นชม
จึงไม่แน่ใจว่า หน่วยงานรัฐจะเอางานเหล่านี้มาสร้างการรับรู้ให้เด็กและเยาวชนจะดีหรือไม่ เกี่ยวกับภาพยนตร์สารคดีชีวิตและการเดินทางรอบโลก และอาจเป็นการช่วยให้ญาติหรือยายของฮลุนมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ช่วยการดำรงชีวิตได้ในทางอ้อมด้วย
แน่นอนว่า หลักการของภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแต่ง หรือ เรื่องจริงก็ตาม ย่อมอาศัยวิธีการเล่าเรื่อง และเนื้อหาที่น่าสนใจ เพื่อดึงให้ผู้ชมคนดูได้ตราตรึงคล้อยตาม มีอารมณ์ร่วมไปจนจบ
ดังนั้น การนำเสนอของฮลุนไม่ใช้เทคนิกโพรดักชันใหญ่โตแต่ใช้เรียลลิตี้กับอุปกรณ์ถ่ายทำที่ใช้สะดวกมือในการเดินทางคนเดียว ซึ่งใครได้เห็นงานของฮลุนแล้ว เหมือนเพื่อนคนหนึ่งตั้งใจเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองในต่างประเทศได้เจอเรื่องอะไรบ้าง
กล่าวมาทั้งหมด เพื่อระลึกถึงฮลุนครั้งสุดท้าย หลังร่างของฮลุนได้ทำพิธีฌาปนกิจเมื่อวันก่อนที่วัดรังษีชัชวาลย์ ตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเชื่อว่า การสู้ชีวิต การเดินทาง แบบของฮลุนจะทำให้คนรุ่นใหม่ กล้าคิดกล้าเดินทาง ในการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า และน่าจะเกิดประโยชน์ในวงการภาพยนตร์สารคดีอีกด้วย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :





