จับกระแส.. ไทย Soft Power ในสงคราม 2 ขั้วอำนาจ
สถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังเป็นลูกผีลูกคน การเจรจายุติสงคราม ระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านยังไม่ชัดเจนที่จะประเมินบทสรุปได้ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศ ขยายเวลาหยุดยิง กับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนอิหร่านชี้ว่าการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคในการเจรจา ทำให้คาดการณ์ เศรษฐกิจไทยเกิดความผันผวนสูง
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดตัวเลขล่าสุดปรับตัวลดลงมีสาเหตุจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น กดดันต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์ไม้
แม้ว่าเจรจายุติสงครามสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะยังดำเนินต่อไปบนความไม่แน่นอน ท่ามกลาง โลกเกิดความปั่นป่วน ทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งพักใจหลบภัยจากความวุ่นวาย ซึ่งรัฐบาลอ้างถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มองภาพรวม สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 5 แสนคน สร้างรายได้ราว 8.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ชี้ เทศกาลสงกรานต์ 2569 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลก ในเดือนเมษายน 2569 จาก Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร
ขณะที่ปีนี้มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สงกรานต์ไทย
พูดก็พูดเถอะ ปัจจัยด้านลบทั้งภายในและนอกประเทศ ทำให้ไทยอาจถูกมองข้ามจากชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาน้ำมันแพง จากเหตุสงครามตะวันออกกลางที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึง สภาพอากาศร้อนจัด อาจเจ็บไข้ป่วยได้ แต่ถ้ามองปัจจัยอื่น ๆ แม้ว่าชาวยุโรปจะมาไม่มากเหมือนเดิม
ทว่า ความขัดแย้งในเอเชีย ภูมิรัฐศาสตร์กรณีจีนกับญี่ปุ่น และไทยมีความสัมพันธ์อันดีในอาเซียน ยกเว้นกัมพูชา รวมถึงเกาหลีใต้ และอินเดีย เป็นต้น จึงทำให้ให้มิตรประเทศเลือกไทยเป็นจุดหมายลำดับต้นในการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ไม่แปลกใจที่มูดีส์อินเวสเตอส์เซอร์วิส (Moody’s) ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย จาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับ Baa1 นับว่าสะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทย
เมื่อมองโลกกลับมามองไทยเรา แน่นอนว่านักลงทุนและนักท่องเที่ยวมองประเทศไทยจัดการความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลกอยู่เกณฑ์ดี ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งนาทีนี้รัฐบาลยังประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้ชาวโลกมองว่าไทยเลือกข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชัดเจน
ในขณะคนไทยก็มีมุมมองหลากหลายต่อสหรัฐฯและจีน แต่ประเมินเชื่อว่ามีความคิดคล้ายกันว่า ไทยควรใช้ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) แสดงท่าทีในเวทีโลกและค้าขายลงทุนเพื่อรักษาความเป็นมิตรแลกกับการไม่ถูกเพ็งเล็งให้เป็นตกสนามประลองกำลัง ให้ช้างสารชนกัน เราจะกลายเป็นหญ้าแพรกก็แหลกลาญ ไม่ใช่เรื่องน่าเสี่ยงอย่างแน่นอน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :





