จับกระแส.. แห่เที่ยวไทย เสน่ห์ Soft Power ต้องเข้มแข็ง
นับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ก้าวสู่ปี 2569 ได้ 50 กว่าวัน เห็นตัวเลขภาพรวมท่องเที่ยวมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมราว 6 ล้านคน
สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 2.9 แสนล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 9.6 แสนคน มาเลเซีย 5.7 แสนคน รัสเซีย 4.5 แสนคน อินเดีย 3.7แสนคน และเกาหลีใต้ 2.8 แสนคน
กล่าวคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 1.25 แสนคน นักท่องเที่ยวมาเลเซียและรัสเซีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียน
คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาช่วงต้นเดือนมี.ค.นี้จะทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง มาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวตลาดจีน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ย้ายหมุดหมายญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้และอาเซียนมากขึ้น
การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตร ตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน การสร้างจุดขายแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเกาะ ชายหาด ภูเขา อาหารการกิน ศิลปะวัฒนธรรม และวิถีชุมชนก็ล้วนเป็นการสร้างเสน่ห์แบบไทย เป็นพลังซอฟต์พาวเวอร์ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด “ขนมครก” ขนมพื้นบ้านของไทย ได้รับการจัดอันดับ 1 ขนมหวานไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2026 จากเว็บไซต์อาหารระดับโลก TasteAtlas คะแนนรีวิวของผู้บริโภคและนักชิมทั่วโลก
ยังมีขนมหวานไทยและเมนูยอดนิยมอื่น ๆ ที่ติดอันดับ อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมชั้น ลอดช่อง รวมมิตร เฉาก๊วย กล้วยทอด และปาท่องโก๋ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเมนูที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารของไทย
นอกจากขนมหรืออาหารแล้ว แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง อย่างเช่น ชมวิวทะเลหมอก หยุนไหล ที่เเม่ฮ่องสอน การชงชาแบบดั้งเดิมของชุมชนชาวจีนยูนนาน เรียนรู้กระบวนการและขั้นตอนการชงชาที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชน
พร้อมทั้งร่วมชิมชาเพื่อสัมผัสรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นการส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของพื้นที่
รวมถึง พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ล้านนา บ้านครูดิเรก และชุมชนช่างขึ้นรูปเครื่องเงิน บ้านเมฆบังวัน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงผลงานของ ดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2565 ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และถ่ายทอดองค์ความรู้งานสลักดุนเงินล้านนาให้คงอยู่และพัฒนาต่อยอดสู่คนรุ่นใหม่
เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเฉลี่ยกว่า 300 คนต่อวันในวันธรรมดา และกว่า 400 คนต่อวันในวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
พร้อมเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ใกล้เคียง สร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบอีกด้วย
แน่นอนว่า น่าจะเป็นโอกาสของไทยที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเฉลี่ยวันละ 1.25 แสนคน และนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ย้ายหมุดหมายญี่ปุ่นมาอาเซียนมากขึ้น การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว อาหารการกิน ศิลปะวัฒนธรรม และวิถีชุมชน ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเห็นความเป็นไทยอันหลากหลายวัฒนธรรม จะตอกย้ำเสน่ห์ เป็น Soft Power มัดใจให้อยู่หมัด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :





