จับกระแส.. ปรากฎการณ์เนเน่ กับ ซอฟต์พาวเวอร์ไทย "การพัฒนาเด็กให้เก่งในแต่ละด้าน.. จัดระบบนิเวศแห่งเรียนรู้ที่มุ่งสร้างผลงานมากกว่าท่องจำแล้วจบไปมันหมดยุค"
คนไทยชื่นชมยินดีกับ “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย เยาวชนไทยวัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต หลังได้รับคัดเลือกขึ้นเวทีร้องเพลงและเล่นกีตาร์ รายการดัง America’s Got Talent (AGT) ซีซัน 21 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
แม้เพิ่งเริ่มผ่านออดิชัน สามารถสร้างปรากฎการณ์โดนใจกรรมการและคนทั่วโลก ยอดวิวชมย้อนหลังพุ่งเกิน 100 ล้านวิวไปแล้ว
แน่นอน รัฐบาลไทยไม่รอโดนด่าเสียก่อน เชิญเนเน่โชว์ตัวที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เนเน่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในเวทีนานาชาติ
สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่มีความสามารถ ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะเดินตามความฝัน จนสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลก
อีกทั้ง ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก
ขณะที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ชี้ว่าเรื่องราวของเนเน่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสามารถและความมุ่งมั่นของคนไทยที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก
สร้างการรับรู้เชิงบวกและสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยผ่านตัวบุคคล สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) และ People Storytelling ของ ททท. ที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอเรื่องราวของผู้คน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ของไทยสู่สายตาชาวโลก
ทั้งนี้ ยังคงติดตามชมและเชียร์หลังกรรมการนำรายชื่อมาคัดเลือกอีกครั้งในรอบพิจารณา Deliberations หรือ Judge Cuts ในบางซีซัน เพื่อจัดกลุ่มและเลือกคนที่จะเข้าไปแสดงในรอบถ่ายทอดสด (Live Shows) ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเนเน่น่าจะได้ลุ้นเข้ารอบลึก ๆ
ล่าสุดรัฐบาลประกาศให้การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ทำให้เนเน่และพ่อมีพลังผ่อนคลายกังวล และสิ่งที่หวังจะเป็นศิลปินระดับโลกและมีทัวร์คอนเสิร์ตก็เริ่มมีเส้นทางที่เด่นชัด
และเชื่อว่าบรรดาบิ๊กคอร์ปอเรตของไทยจะให้การสนับสนุน เพราะกระแสในตัวน้องเนเน่ได้เกิดเป็นความนิยมของคนไทยแล้ว
ขณะเดียวกัน มีมุมมองสะท้อนปรากฎการณ์เนเน่กับการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ไทยของรัฐบาล ซึ่งหลายคนพูดทำนองว่า การพัฒนาแบบรอให้โชคช่วย หรือปล่อยให้เติบโตเอง (Organic) แล้วถ้าโด่งดังค่อยไปชื่นชมเอาหน้าหรือเปล่า ถ้าฟังดูแล้ว..เหมือนวิพากษ์วิจารณ์แรงเหมือนกัน
ทว่าความจริง คือความไม่ต่อเนื่องของรัฐบาล เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ทำให้นโยบายเปลี่ยนบ่อยเช่นกัน ทำให้ผลงานมีให้เห็นและจับต้องยาก
บางทีเรื่องการสร้างคน สร้างความยั่งยืน มักเป็นนโยบายที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณ จนหลายครั้งมีคนปรามาสว่าเป็นนโยบายตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่ต้องลงทุนกับเด็กและสถานศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย
พูดก็พูดเถอะ เคยบอกไปในคอลัมน์จับกระแสหลายครั้งแล้ว ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยจะเกิดโอกาสกว่าเดิม ไม่ใช่ทำแบบเดิม ๆ เน้นประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม แต่ควรให้เด็กคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้หาความชอบตัวเองแล้วสร้างตัวตนขึ้นมา
ตัวอย่างเนเน่คือการเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก ซึ่งครูในโรงเรียนก็เป็นปัจจัยสำคัญในการปั้นเด็กจากหลักสิบคนในชมรม เหลือคนเอาจริงโดดเด่นสักคนก็ถือว่าเก่งแล้ว
อีกทั้ง การพัฒนาเด็กให้เก่งในแต่ละด้านแล้ว ด้วยการจัดระบบนิเวศแห่งเรียนรู้ที่มุ่งสร้างผลงานมากกว่าท่องจำแล้วจบไปมันหมดยุคแล้ว รัฐบาลยังต้องลงทุนสร้างโอกาสหรือให้โอกาสไปแสดงผลงานเวทีนานาชาติในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ กีฬา และวิชาการ ล้วนสร้างชื่อให้ประเทศทั้งนั้น
และความเป็นจริงตอนนี้โลกมีความขัดแย้งในปัจจุบัน นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต้องการที่หลบภัย เราควรสร้างซอฟต์พาวเวอร์จากเด็กไปโชว์เพื่อสร้างการรับรู้ใหม่ให้มาไทยจะเกิดโอกาสอีกมากเลย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :


