ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ปี 65 กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ปี 65 กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2564 กันแล้ว ตลอดปีนี้ ถือเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

โดยเฉพาะธุรกิจด้านบริการ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ล้วนส่งผ่านไปยังระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ภายหลังจากเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ก็ได้ปรับตัวเตรียมรับมือกับความเสี่ยง และให้ความช่วยเหลือต่อลูกค้าอย่างเต็มที่

ในภาพรวมของประเทศไทยที่มีอัตราการฉีดวัคซีนอยู่ในระดับสูง ประกอบกับนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเป็นระบบ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics  ประเมินแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 3.6% จากปัจจัยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเป็นหลัก และคาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วใกล้เคียงช่วง

ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่าในปี 2565 จะไม่เกิดการระบาดของโรคโควิด -19 ที่รุนแรง จนทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์ขึ้นอีกครั้ง

สำหรับระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานี้ มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จากการปรับลดการตั้งสำรอง ตามสถานการณ์ความเสี่ยงภายในประเทศที่ดีขึ้น รวมไปถึงระดับคุณภาพสินเชื่อที่ทรงตัว เนื่องจากการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารพาณิชย์

 

ในปี 2565 ที่กำลังจะมาถึง จึงถือเป็นปีที่ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย น่าจะมีการฟื้นตัวต่อเนื่องตามเศรษฐกิจไทย จากความต้องการสินเชื่อที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายกลุ่ม

จากการประเมินเบื้องต้น ttb analytics คาดว่าสินเชื่อโดยรวมมีแนวโน้มขยายตัวได้ 5.5% จากการฟื้นตัวของสินเชื่อธุรกิจ SMEs และสินเชื่อรายย่อย ในขณะที่เงินฝากมีทิศทางเติบโตลดลง โดยขยายตัวจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ

ในฝั่งการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ SMEs รายย่อย มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการในการเสริมสภาพคล่องเพื่อปรับปรุงธุรกิจและจัดการสต๊อกสินค้าในภาคการค้าและการบริการ เพื่อรองรับอุปสงค์ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ประกอบกับแรงสนับสนุนของสินเชื่อฟื้นฟูของธนาคารแห่งประเทศไทย

ทำให้คาดว่าสินเชื่อธุรกิจ SMEs จะกลับมาเติบโตอีกครั้งที่ 4.5% ในปี 2565 ส่วนในฝั่งสินเชื่อรายย่อย มีการเติบโตจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น 7% จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศจากการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV)

นอกจากนี้ การเปิดประเทศเพื่อต้อนรับชาวต่างชาติ น่าจะทำให้มีกำลังซื้อจากต่างประเทศกลับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับสินเชื่อรถยนต์ มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเติบโต 4% ในปี 2565 จากอุปสงค์คงค้างปี 2564 ที่สถานการณ์การระบาดทำให้ยอดขายรถยนต์หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านคุณภาพสินเชื่อมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับเดิม จากนโยบายสนับสนุนการการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ขยายการใช้หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองอย่างยืดหยุ่นไปจนถึงสิ้นปี 2566 เพื่อลดภาระต้นทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ผ่านการเปลี่ยนโครงสร้างสินเชื่อจากระยะสั้นเป็นระยะยาว ร่วมกับการปรับโครงสร้างหนี้วิธีอื่น ๆ โดยในปี 2565 คาดว่าอัตราส่วนยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ NPL ต่อยอดรวมสินเชื่อทั้งหมด (NPL ratio) จะปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 3.0% จากปริมาณสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ ในปี 2565 คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ที่ปัจจุบันคงที่ระดับ 0.5% นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2563 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี 2565 มีความเป็นไปได้สูงที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ต่อเนื่องตลอดทั้งปี  แม้ภาคการบริโภคและการลงทุนจะมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ในภาคการท่องเที่ยว อาจมีการฟื้นตัวที่ช้ากว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ และจำเป็นที่จะต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี ในการกลับมาฟื้นตัวให้เหมือนเช่นเคย

การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของธุรกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอีก 1 ปี ประกอบกับการให้ความช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้มีการขยายระยะเวลาปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุน FIDF เหลือร้อยละ 0.23 จากร้อยละ 0.46 ต่อปี ที่จะสิ้นสุดสิ้นปี 2564 นี้ ออกไปจนถึงสิ้นปี 2565 ที่มีเป้าหมายเพื่อให้สถาบันการเงินสามารถส่งผ่านต้นทุนที่ลดลงไปในการบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดการฟื้นตัวของยอดสินเชื่อ และทำให้รายได้จากดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ มีการฟื้นตัวเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศช่วงฤดูหนาว ประกอบกับการค้นพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน” อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นประเด็นเสี่ยงที่ยังคงต้องติดตาม และวางแผนรับมือกันต่อไปในปี 2565