วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สูตรสำเร็จการพัฒนา-บริหารคอนโดมิเนียม(1)

อาจเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น​ กาลเวลา​ สังคม​ เศรษฐกิจ​เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุค​

 เราๆ ท่านๆ ได้เห็นรูปแบบ​สิ่งปลูกสร้าง​ “ที่พักอาศัย” ในลักษณะหนึ่ง​ ครั้งก่อน​อาจบอกว่าเป็นที่นิยม​ทันสมัย​ เหมาะสม​ต่อการอยู่อาศัย​ใช้ประโยชน์ ปัจจุบันอาจไม่ใช่​

หรือกรณีพนักงาน​ ลูกจ้าง​ขององค์กร​ บริษัท​ ห้างร้านทั้งขนาดเล็ก​ กลาง​ หรือใหญ่​ เมื่อสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษา​ หลายท่าน​ได้ใช้ความรู้ความสามารถ​ที่ร่ำเรียนมา ประกอบอาชีพรับจ้างให้แก่องค์กร​ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ตนเอง สามารถพัฒนาทักษะเสริมสร้างประสบการณ์​ความชำนาญให้แก่ตน ก้าวหน้า​เติบโตกับองค์กร

ในทางตรงกันข้าม​ หลายท่านทำงานไม่ตรงกับความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาแต่อย่างใด​ กรณีดังกล่าวอาจเสียเวลา​ การศึกษา​เรียนรู้​

ประเด็นข้างต้นอาจไม่ต่างจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์​ ซึ่งเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างงานสร้างรายได้มหาศาล เหตุเพราะมีงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเลยทีเดียว​ เงินลงทุนหมุนเวียนในระบบห่วงโซ่เศรษฐกิจดังกล่าวใช้งบประมาณดำเนินการลงทุน​ พัฒนาที่ดิน​ โครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า​ 1,000 ล้านบาท​ ถ้ามีจำนวนโครงการมาก​เพิ่มขึ้น​ จำนวนเม็ดเงินการลงทุน​ย่อมมีเพิ่มขึ้น​ อาจมีมากกว่าแสนล้านบาทต่อปีของโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดทั่วประเทศ

หลายท่าน​อาจกล่าวว่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ​อาจเป็นตัวชี้วัด​ “จีดีพี” ของประเทศได้​ รองลงมาจากธุรกิจการส่งออก​ เป็นต้น​ แสดงว่าการลงทุน​การประกอบธุรกิจดังกล่าว​มิใช่แต่เพียงสร้างผลกำไรของผู้ค้า​ นักลงทุน​ แต่ยังส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน​ ทั้งภาครัฐและเอกชน​สามารถได้ประโยชน์จากธุรกิจดังกล่าวได้อย่างดียิ่งอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม​ การลงทุนการค้าอสังหาริมทรัพย์​โครงการ​คอนโดมิเนียม​ทั้งประเภทที่อยู่อาศัย​หรือสำนักงาน​ อาจเป็นที่นิยม​ยอมรับแก่พ่อค้า​ นักลงทุน​ เพราะใช้พื้นที่ดิน​ “จำนวนน้อย” แตกต่างจากรูปแบบทรัพย์สิน​ สิ่งปลูกสร้าง​ ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ที่ดินเป็น​ “จำนวนมาก” แต่การลงทุนพัฒนาที่ดิน​โครงการ​คอนโดมิเนียม​อาจมีความเสี่ยงมากกว่ารูปแบบทรัพย์สิน​สิ่งปลูกสร้างอื่น​ เหตุเพราะสายป่านการเงินต้องมั่นคงแข็งแรง​ มีเงินสดสะสมเพียงพอ​ สามารถใช้หมุนเวียนในระยะยาว​ อาจใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วนรองรับการใช้จ่ายหมุนเวียนระยะสั้น 

แต่ก็มิใช่ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณเพียงอย่างเดียว​ ยังอาจมีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย​ อาทิ​ ทำเล​ ที่ตั้ง​ ตำแหน่งที่ดิน​ มีศักยภาพในระยะยาว​มาก​น้อยเพียงใด​ ระบบสาธารณูปโภคเข้าถึงพื้นที่โครงการหรือไม่​ พื้นที่ดินเป็นสีอะไร​ ตามกฎหมายผังเมือง​ หรือกลุ่มเป้าหมายการขายเป็นใคร​ มีรายได้เท่าใด​ เหมาะสมแก่ราคาขายหรือไม่​

หรือหากขายทรัพย์สิน​ห้องชุดได้​ “จำนวนน้อย” ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง​ ผู้ลงทุน​ ผู้ประกอบธุรกิจ​ เจ้าของโครงการ​มีแผนรองรับอย่างไร​ หรือไม่​ หรือจำนวนปริมาณห้องชุด​ “เหลือขาย” ในท้องตลาดมีจำนวนมากน้อยเท่าใด​ หรือคู่แข่งในตลาดมีมากน้อยเพียงใด ฯลฯ​ เป็นต้น​

ดังนั้น​ก่อนที่ผู้ประกอบธุรกิจ​ นักลงทุน​ จะตัดสินใจพัฒนาที่ดิน​เป็นอาคารชุดคอนโดมิเนียม​ ทุกรายส่วนใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์มาก่อนจึงมักต้องทำ​ “การบ้าน” ข้างต้นด้วยกันล่วงหน้าทั้งสิ้น

ข้อแนะนำ​ 5 ข้อ​ที่นักลงทุน​ “มือใหม่” ผู้ซึ่งสนใจประกอบธุรกิจการค้า​การลงทุน​โครงการอสังหาริมทรัพย์ “คอนโดมิเนียม” ควรต้องมี​ อาจได้แก่เรื่องดังต่อไปนี้

1.​เห็นช้างขี้​อย่าขี้ตามช้าง​ ให้มองระยะยาว​ และให้เริ่มจากเล็ก​ไปหาใหญ่ก่อนเสมอ

2.ใจต้องรัก มีความหนักแน่น​ พร้อมกล้าเสี่ยงบนข้อมูลที่เชื่อถือได้

3.ทุน​ ที่ดิน​ มีศักยภาพเพียงพอในระยะยาว​และห้ามคาดหวังในสิ่งที่สูง​ หรือเป็นไปได้น้อย​ หรือยาก

4.รู้จักวางแผนงานล่วงหน้า​ มีที่ปรึกษา​ครู​ “ชั้นเซียน” คอนเนคชั่นที่ดีกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง​ ทั้งสถาบันการเงิน​ ส่วนราชการ​ ส่วนเอกชน​ เป็นต้น

5.มีทีมงาน​ “มืออาชีพ” หรือเอาท์ซอร์ส (Professional Outsource)​ ที่มีประสบการณ์รองรับ งานพัฒนาที่ดิน​ โครงการทุกส่วนอย่างถูกต้องเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม​ ทุกการลงทุน​มีความเสี่ยง​ ดังนั้น​เมื่อตัดสินใจแล้วนอกจากความพร้อมตามข้อแนะนำข้างต้นแล้ว​ ท่านอาจต้องมีแผนสำรอง​เสมอ​ หลายท่านอาจได้เห็นความไม่ประสบความสำเร็จของผู้ลงทุนโครงการบางราย​ บางโครงการในอดีต​ อาทิ​ ล้มเลิกโครงการกลางทาง​ หรือยกทรัพย์ให้เจ้าหนี้​ สถาบันการเงิน​ หรืออาคารพิกลพิการไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อผู้บริโภค​ หรือด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม​ เรื่องต่างๆ เหล่านั้นอาจสามารถนำมาพิจารณาศึกษาเป็น​ “บทเรียน” หรือเป็นกรณีศึกษาได้อย่างดียิ่ง