จาก ราชคฤห์ .. สู่ นครปูเน่ อินเดีย !!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา .. เมื่อสัปดาห์เทศกาลมาฆบูชา
ระหว่าง ๖-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ได้เดินทางไปร่วมงานมาฆบูชาที่เวฬุวันมหาวิหาร สถานที่เกิดวันมาฆบูชา ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเลือกแสดงพระโอวาทปาติโมกข์ อันเป็นประธานของคำสั่งสอนแด่พระสงฆ์สาวก ๑,๒๕๐ รูป ที่มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกันอย่างมิต้องนัดหมาย ..นับได้ว่าเป็นการกระทำปาริสุทธิอุโบสถครั้งแรกที่สำคัญยิ่ง ที่เกิดความอัศจรรย์ ๔ อย่างขึ้น จึงเรียกวันมาฆบูชาอีกชื่อหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาต ..
เสร็จกิจงานมาฆบูชา จึงได้เดินทางต่อไปพาราณสี เพื่อเข้ากราบสักการบูชาพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่ธัมเมกขสถูป ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ... ตลอดจนถึงธรรมราชิกสถูป.. ก่อนที่จะเดินทางต่อไปนครมุมไบ รัฐมหาราษฎร์... เพื่อเดินทางต่อไปนครปูเน่ ด้วยรถยนต์อีกประมาณ ๓ ชั่วโมง เพื่อฉลองศรัทธาญาติโยมชาวพุทธในอินเดีย ที่กำลังก่อสร้างวัดพุทธศาสนาของชาวอินเดียขึ้นเป็นครั้งใหญ่ ด้วยปัจจัยของชาวอินเดียเอง โดยมีอดีต Chief Secretary ของรัฐบาลแห่งรัฐมหาราษฎร์ เป็นผู้นำ พร้อมบุคคลสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่เข้าร่วม ทั้งนี้ ได้มีนักธุรกิจที่ดินชาวฮินดูที่มีจิตศรัทธาเป็นผู้บริจาคที่ดินมีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ เอเคอร์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสวยงามเหนือทะเลสาบคาดาวาสลา (Kadavasala) มีถนนซีเมนต์ตัดผ่านโครงการหมู่บ้านชั้นดีเข้าไปถึง พร้อมน้ำไฟสมบูรณ์ เป็นภูมิสถานที่ควรแก่การจัดตั้งเป็นมหาวิหารเพื่อการศึกษาปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง...
คณะศรัทธาชาวพุทธในอินเดียได้ขอให้อาตมาช่วยตั้งชื่อมหาวิหารหรือวัดพุทธศาสนาแห่งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พวกเขา จึงได้ตั้งชื่อให้เหมาะควรกับเจตนาของการสร้างมหาวิหารแห่งนี้ เพื่อเป็นศูนย์การศึกษาพระธรรมวินัยที่แท้จริงของพระพุทธองค์ว่า Dhamma Vinaya Monastery of Pune.. เรียกชื่อย่อตามภาษานิยมว่า DVMP..
การเดินทางไปเยี่ยมโครงการ DVMP ในครั้งนี้ จึงได้เห็นความก้าวหน้าของโครงการอันควรแก่การอนุโมทนายิ่ง ด้วยคณะกรรมการจัดสร้างหวังให้เสร็จทันตามแผนงานระยะที่ ๑ เพื่อจะได้นิมนต์อาตมาอยู่จำพรรษา เป็นกูรูจีของพวกเขา ที่จะพร้อมใจกันออกบวช ๕๐-๑๐๐ รูปในพรรษาแรกของมหาวิหารแห่งนี้ ทั้งนี้ ได้เตรียมการสร้างหมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวพุทธขึ้น เพื่อรองรับมหาวิหารแห่งนี้ โดยจัดทำเป็นห้องเล็ก ๆ เพื่ออยู่อาศัยปฏิบัติธรรม ที่เขาเรียกกันว่า Pocket .. โดยจะกำหนดให้แล้วเสร็จตามแผนงานระยะแรกในปี ๒๕๖๓ นี้
จริง ๆ เรื่องดังกล่าว มิใช่เรื่องใหม่สำหรับอาตมา ด้วยมีชาวพุทธในอินเดียปวารณาถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดอยู่เรื่อย แม้เดินทางมาครั้งนี้ เมื่อถึงสนามบินมุมไบ ก็มีคณะศรัทธาจากออรังกาบาดนำที่ดินมาถวาย...
แต่ด้วยอาตมามิได้เป็นพระนักสร้าง จึงออกอาการจะตอบรับก็ไม่ใช่ จะปฏิเสธก็ไม่เชิง .. ด้วยเห็นใจคณะศรัทธาทุกกลุ่ม .. ที่หวังประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จึงออกตัวด้วยการยินดีสนับสนุนบนการเดินหน้าทำงานของพวกเขาเอง ที่สำคัญคือ สร้างวัดเสร็จต้องมีผู้ออกบวชด้วย เหมือนกับของโครงการ DVMP ที่ตกลงกันไว้ถึง ๕๐ หรือ ๑๐๐ รูป อาตมาจึงจะนำพระภิกษุในปกครองมาอยู่ร่วมด้วย เพื่อจะได้อบรมสั่งสอนให้เกิดพระภิกษุที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยแท้จริง....
การมาอินเดียในครั้งนี้จึงไม่เจ็บป่วยฟรี ... จึงนับว่าได้ประโยชน์ยิ่ง เมื่อได้เห็นความคืบหน้าของโครงการ DVMP ดังกล่าว โดยเฉพาะความศรัทธาที่ยังคงแข็งแรง มั่นคงอยู่เสมอ แม้ว่าอาตมาจะไม่สะดวกนักด้วยออกอาการไข้หวัด เจ็บคอ มาตั้งแต่จำวัดอยู่บนภูเขารัตนคีรี พระนครราชคฤห์... ดังที่ต้องมานอนพักรักษาตัวอยู่ที่นครปูเน่ มากกว่าการได้ออกไปทำงานฉลองศรัทธาญาติโยมชาวอินเดีย ที่มารอพบโดยพร้อมเพรียงกัน อย่างไม่เคยบกพร่อง.. จึงให้หวนนึกถึงลิขิตธรรมจากจิตประโยคหนึ่ง สมัยจำพรรษาอยู่ถ้าดงคสิริ .. อุรุเวลาเสนานิคม สถานที่ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาฯ ว่า...
“สายแสงแห่งศรัทธา สาดสายมาสู่จิตใจ
สายธรรมสว่างไสว สู่จิตใจสายศรัทธา !!”
เจริญพร







