วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จะดูวัฏจักรเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นยังไง?

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์  ผู้ช่วยผู้จัดการ หน่วยงานแนะนำผลิตภัณฑ์ หลักทรัพย์บัวหลวง

"อนิจจา วต สังขารา ... สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ" เชื่อไหมครับว่า เศรษฐกิจและตลาดหุ้น มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เฉกเช่นเดียวกับทุกชีวิตบนโลก เรื่องนี้ถ้าเป็นทางพุทธศาสนา เป้าหมายสูงสุดก็คือการหยุดวังวนนั้นลง แต่ถ้าเป็นเรื่องการลงทุน เป้าหมายสำคัญก็คือ "เราจะลงทุนในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจได้อย่างไร?" โดยเศรษฐกิจ และตลาดหุ้น สามารถแบ่งได้เป็น 4 ช่วงเวลา (ดูภาพประกอบ) แต่ด้วยธรรมชาติของตลาดหุ้นที่จะซื้อขายกันบนความคาดหวัง ทำให้เราสามารถจับวัฏจักรการลงทุนได้ โดยดูพฤติกรรมการลงทุนในตลาดหุ้นครับ

จะดูวัฏจักรเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นยังไง?

ระยะถดถอย (Full Recession)

ระยะนี้เป็นช่วงเวลาที่ลงทุนยากมาก เพราะในตลาดจะเต็มไปด้วยข่าวร้าย เป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจ GDP เริ่มชะลอตัว หรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง ดอกเบี้ยเริ่มลดลง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำ แต่ตลาดหุ้นช่วงนี้จะอยู่ในช่วง ตลาดขาขึ้น (Bull Market) เพราะนักลงทุนคาดว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว อุตสาหกรรมที่คนจะลงทุนกันในช่วงนี้คือ

เทคโนโลยี : กลุ่มนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจอยู่แล้ว เพราะถือเป็นกลุ่มที่เป็น Mega Trend มีเรื่องราว มี Story ที่น่าติดตาม กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่ปรับตัวได้ดี ในช่วงที่มีความหวังว่าเศรษฐกิจผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว

อุตสาหกรรม : เมื่อคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว กลุ่มอุตสาหกรรมก็ตามมาเป็นเรื่องปกติ เพราะคนจะคาดว่าการจับจ่ายใช้สอยน่าจะดีขึ้น ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตได้ประโยชน์

วัตถุดิบพื้นฐานของการทำธุรกิจ : จากข้อบนพอคาดว่าการจับจ่ายใช้สอยจะเพิ่ม บรรดาผู้ผลิตก็จะเพิ่มกำลังการผลิต และนั่นย่อมส่งผลให้ความต้องการบรรดาวัตถุดิบพื้นฐานเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะ หิน เหล็ก ไฟ (นี่มันวงดนตรี!) พูดง่าย ๆ คือปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ครับ

ระยะเริ่มฟื้นตัว (Early Recovery)

ช่วงนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จะดีขึ้นตามลำดับ อัตราดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง บวกกับเงินเฟ้อต่ำ เจ้าประคู้น! มันไม่มีอะไรจะเอื้อตลาดหุ้นได้ดีเท่านี้แล้ว ฉะนั้นช่วงนี้ตลาดหุ้นจะคึกคัก นักลงทุนจะมีความมั่นใจมาก อุตสาหกรรมที่คนจะลงทุนกันในช่วงนี้คือ

อุตสาหกรรม : ต่อเนื่องจากช่วงแรก กลุ่มอุตสาหกรรมจะยังปรับตัวได้ดีอยู่ เพราะกำลังซื้อกำลังฟื้นตัว แต่ก็จะอยู่ในช่วงปลายทางแล้วครับ / พลังงาน : แนวโน้มของการใช้พลังงานที่น่าจะมากขึ้น ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ เริ่มใช้พลังงานกันมากขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและ ข้าวของเครื่องใช้

ระยะฟื้นตัวแล้ว (Full Recovery)

ระยะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจจะอยู่ในจุดสูงสุด ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มลด กลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มโตน้อยลง อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มปรับตัวเป็นขาขึ้น ตลาดหุ้นจะเข้าสู่ช่วง Bear Market หรือเริ่มตลาดขาลง และการลงทุนที่ทำกำไรได้ในช่วงนี้คือ

พลังงาน : แรงส่งจากช่วงที่แล้วยังดีอยู่ / ข้าวของเครื่องใช้ : คนยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง / การแพทย์  & สุขภาพ : พอตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มพีค ข่าวดีเริ่มน้อยลง คนจะเริ่มมองหาอะไรที่มันชัวร์ ๆ ไว้ก่อน

ระยะเริ่มถดถอย (Early Recession)

ระยะนี้อะไรหลาย ๆ อย่างจะดูแย่ลง ตัวเลขเศรษฐกิจลดลง ความเชื่อมั่นตกต่ำ ตัวเลขการผลิตก็ลดลง อัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนจะถึงระดับสูงสุด ตลาดหุ้นช่วงนี้จะเรียกว่าช่วง Market Bottom อุตสาหกรรมที่ปรับตัวได้ดีในช่วงนี้คือ

การแพทย์  & สุขภาพ / สาธารณูปโภค : กลุ่มนี้จะเริ่มเข้ามาในช่วงนี้ เนื่องจากรายได้มั่นคง ได้รับผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจน้อย และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ / สถาบันการเงิน : เวลาเศรษฐกิจมีปัญหา การผลิต การบริโภคชะลอตัว หลาย ๆ ฝ่ายจะพยายามกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การบริโภค ผ่านการลดดอกเบี้ย และจูงใจให้ขอสินเชื่อกันมากขึ้น

จากสิ่งที่ผมได้บอกไป ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าแต่ละช่วงของวัฏจักร มันจะใช้เวลานานแค่ไหน? สิ้นสุดเมื่อไหร่? บางครั้งในแต่ละช่วงอาจใช้เวลา 5 ปี 10 ปี ก็เป็นไปได้ สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญที่สุด ไม่ใช่การคาดการณ์ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เป็น "คุณจะลงทุนในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจได้อย่างไร?"