000 นับตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดข้อมือขึ้นบังแดด
ด้วยเกรงแสงแดดจะแยงตา แต่การณ์กลายเป็นว่าสิ่งที่ปรากฏบนข้อมือของเขานั้นแยงตาชาวประชาไปทั่วยิ่งกว่า และจากวันนั้นผ่านมา 1 เดือนกว่า มรสุม “นาฬิกาหรู” ยังพัดถล่ม“บิ๊กป้อม” แบบไม่ยอมไปไง่ายๆ แถมยิ่งขุดยิ่งเจอคอลเลคชั่นนาฬิกาแบรนด์ไฮโซ นับยอดรวมขณะนี้ปาเข้าไป 17 เรือนแล้ว
000 แม้จะมีข่าวการเมือง-ข่าวระเบิด-ข่าวดารามาช่วยเบี่ยงกระแสมากมาย แต่ข่าว “ไฮโซป้อม”กลับไม่ถูกลืมเลือนไป พร้อมจะถูกหยิบกลับมาเป็นประเด็นให้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดเวลา เหมือนเขากำลังเดินอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก หนทางเดียวที่จะพิสูจน์ตัวเองได้คือ“ความจริง”เท่านั้น
000 คนที่จะพิสูจน์ความจริงได้คือ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” ที่มีมือไม้“บิ๊กป้อม”นาม“บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ กุมบังเหียนอยู่ งานนี้ถือเป็นงานหนักเพราะหากมุบมิบ“นาย” ก็จะถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบอีกนาน
000 ล่าสุด “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ”ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยังไม่ยอมหยุดง่ายๆออกมาขย่มต่อ จี้ให้ ป.ป.ช. งัดกฎหมายอายัด“นาฬิกาหรู”ของ“บิ๊กป้อม” ทุกเรือนเพื่อมาตรวจสอบที่มาที่ไป แต่พอจะเดากันได้ว่างานนี้ “บิ๊กกุ้ย-ป.ป.ช.” เซย์โนแน่นอน เพราะหากอายัด “นาฬิกา 17” เรือน ในคอลเลคชั่นมาสอบจริงคงสาวกันไม่หมด แถมมีหวังตอผุดงานงอกเพิ่มเติมอีกมาก
000 แต่หาก “บิ๊กกุ้ย” อยากนำพา“ป.ป.ช.”ไปสู่ยุครุ่งโรจน์ลบข้อครหาของสังคม ลบคำกล่าวหาว่า“เด็กบิ๊กป้อม”ก็ควรจะสอบ “นาฬิกาหรู” แบบเอาจริงเอาจัง เรือนไหน “เพื่อน”ให้มา หรือเป็นเพื่อนคนไหนให้มา เรือนไหน “บิ๊กป้อม”ควักกระเป๋าสตางค์ซื้อเอง เรือนไหนมาจากมรดก หากชี้แจงได้หมดสังคมก็หมดความสงสัย **ทางตรงกันข้ามหากไม่ทำอย่างตรงไปตรงมาให้ถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย
000 ดราม่า “นาฬิกาหรู” ไม่มีวันจบลงๆง่ายๆ แถมยังเป็นตราบาปของ “ป.ป.ช.” ตราบาปของ “บิ๊กป้อม” และตราบาปของ “รัฐบาลบิ๊กตู่” ไปอีกนาน!
โดย... หมัดเมา








