ฤาทรัมป์จะประกาศ สงครามการค้ากับจีน?

ฤาทรัมป์จะประกาศ สงครามการค้ากับจีน?

โดนัลด์ ทรัมป์เปิด “สงครามการค้า” กับจีนแล้วใช่หรือไม่? ทำไมทรัมป์เปิดศึกรอบด้าน ทั้งเกาหลีเหนือ, อิหร่าน, และจีนพร้อม ๆ กัน?

ถ้าฟังจาก Steve Bannon มือขวาทรัมป์ที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่ง “หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์” ของทำเนียบขาวก็ต้องเชื่อว่าบัดนี้สหรัฐได้ประกาศ สงครามการค้า” (trade war) กับจีนแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

และทรัมป์ก็ไม่ปฏิเสธด้วยว่าที่เขาสั่งให้มีการสอบสวนจีนข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพราะไม่พอใจที่ปักกิ่งไม่กดดันเปียงยางเพียงพอ

แปลว่าทรัมป์โยงทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกันหมดตราบเท่าที่เขาจะหาประโยชน์สำหรับอเมริกาได้

America First และ Make America Great Again กำลังจะทำให้โลกปั่นป่วนไม่น้อย

พอทรัมป์เปิดไฟเขียว ตัวแทนการค้าสหรัฐหรือ US Trade Representative (USTR) ที่ชื่อ Robert Lighthizer ก็ใช้อำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายสหรัฐว่าด้วยการสอบสวนชาติอื่นที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเปิดการสอบสวนจีน

มาตรานี้อยู่ในกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้นำมาใช้กับประเทศคู่ค้านักเพราะเท่ากับเป็นการสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับชาติอื่นทันที

การอ้างถึงมาตรานี้เท่ากับเป็นการเปิดทางให้ประธานาธิบดีสหรัฐใช้อำนาจในการลงโทษชาติอื่นด้วยมาตรการทางภาษีหรือกำหนดข้อจำกัดในการค้าขายต่ออีกประเทศหนึ่งโดยที่ไม่จำเป็นต้องปรึกษาหารือกับคู่กรณีนั้น ๆ

เท่ากับเป็นการตัดสินใจกระทำการเพียงข้างเดียว

หลังจากองค์การการค้าโลกหรือ World Trade Organization (WTO) ก่อเกิดมาเป็นกลไกการแก้ความขัดแย้งทางการค้าของโลก วอชิงตันก็ไม่ค่อยได้ใช้ “อาวุธ” ตัวนี้เพื่อต่อรองกับชาติอื่น

แต่ทรัมป์ถือว่านี่คือปืนผาหน้าไม้ที่เขาสามารถใช้เพื่อกดดันจีนให้เห็นอิทธิฤทธิ์ของตัวเองโดยไม่สนใจว่าใครเขาจะเห็นว่านี่เป็นการใช้อำนาจบาตรใหญ่ต่อประเทศอื่นโดยไม่รับรู้ว่าจะมีผลกระทบกับใครอย่างไร

จีนย่อมอยู่เฉยไม่ได้ และได้เรียกร้องให้สหรัฐแยกประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือออกจากการค้า อีกทั้งยังเตือนอเมริกาว่าการกระทำใด ๆ ในรูปแบบ ฉันจะซัดคุณข้างเดียว นั้นจะนำไปสู่ความบาดหมางในความสัมพันธ์ของสองประเทศในด้านอื่น ๆ ด้วย

ปักกิ่งเตือนวอชิงตันว่าการลงทุนและการค้าระหว่างสองประเทศช่วยสร้างงานให้กับคนอเมริกันไม่น้อยกว่า 2.6 ล้านตำแหน่ง

อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าตลาดจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอเมริกามาก

เผลอ ๆ จะสำคัญกว่าตลาดญี่ปุ่นด้วยซ้ำไป

ดังนั้น หากทรัมป์ตัดสินใจ ลงโทษด้วยการสร้างสิ่งกีดขวางสำหรับสินค้าจีนเข้าตลาดสหรัฐ ปักกิ่งก็ย่อมจะตอบโต้ด้วยการจำกัดสินค้าอเมริกันเข้าตลาดจีนได้เช่นกัน

คำเตือนจากปักกิ่งถึงวอชิงตันจึงก้องกังวานด้วยวลี “ขอให้คุณไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะเล่นเกมนี้กับจีน”

คำแถลงของกระทรวงพาณิชย์จีนในประเด็นนี้จึงเป็นภาษาที่กร้าวและแสดงความพร้อมที่จะต่อกรกับสหรัฐในลักษณะตาต่อตา ฟันต่อฟัน

แถมด้วยคำขู่จากจีนว่าถ้าอเมริกาเปิดศึกการค้ากับจีน ก็ต้องไม่ลืมว่าผลกระทบที่จะตามมาจะกระเทือนถึงอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการผลิตของจีนที่เรียกว่าupstream and downstream supply chain

แปลว่าหากเกิดศึกการค้าระหว่างสองยักษ์ ผลพวงที่ตามมาจะมีผลทางลบกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

เหมือนทิ้งระเบิดปรมาณูใส่กัน คนตายและบาดเจ็บจะไม่ใช่เพียงคนสองประเทศใหญ่คู่กรณีเท่านั้น

แต่ชาติเล็กชาติน้อยที่ทำมาค้าขายกับยักษ์ใหญ่ทั้งสองก็จะพลอยถูกลูกหลงอันไม่พึงปรารถนาอีกด้วย

ไทยเราก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน!