9 เดือน "ค้าปลีก" อาณาจักร "เบอร์ลี่ ยุคเกอร์" ยังเจอโจทย์หิน การปรับปรุงสาขา เปิดสาขาใหม่ล่าช้ากว่าเป้า เลือกปิด "บิ๊กซีมินิ" ผลงานไม่เข้าเป้า มุ่งเปิด "บิ๊กซีมินิโมเดลใหม่" มั่นใจปีหน้าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ เล็งเปิด 100 ร้านใหม่
“บีเจซี บิ๊กซี” ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีกยักษ์ใหญ่ภายใต้บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) ยังเผชิญความท้าทายในการเติบโต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่โตช้า
ผ่าน 9 เดือนแรก กลุ่มธุรกิจต่างๆ มีทั้งเติบโต-หดตัวแตกต่างกันไป เฉพาะไตรมาส 3 เสาหลักธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการผลิตบรรจุภัณฑ์ สินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค และค้าปลีก “หดตัว” ถ้วนหน้า จากหลายปัจจัย
สำรวจ “ธุรกิจค้าปลีก” ถือเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ ในปี 2568 บริษัทมีการ “ปิดสาขาเล็ก” และ “ปรับปรุง” สาขาขนาดใหญ่ ส่วนการเปิดใหม่ ไม่เป็นไปตามเป้า นอกจากนี้ รูปแบบ (ฟอร์แมท) ร้านเล็กอย่าง “บิ๊กซีมินิ” (BigC Mini) มีการปิดสาขาที่ทำผลงานไม่เข้าเป้า
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) รายงานว่า ธุรกิจค้าปลีก “บิ๊กซี” ไตรมาส 3 ทำยอดขาย 24,277 ล้านบาท ลดลง 4.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยยอดขายสาขาเดิม (same storer sales growth) ลดลง 3.8% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 382 ล้านบาท ลดลงถึง 37.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ยอดขายที่ลดลงเกิดจากผลกระทบชั่วคราวของการปรับปรุงสาขาขนาดใหญ่ สาขาในแหล่งท่องเที่ยว สาขาที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน เช่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมถึงการ "ปิดบิ๊กซีมินิ” 170 สาขา ที่ทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้าด้วย และยังมีตัวแปรเงินดิจิทัล 10,000 บาทในปีก่อนที่ส่งผลต่อยอดขายปี 2568 อยู่ในระดับสูง
"สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อบางสาขาในพื้นที่ชายแดน เช่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอรัญประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวยังอยู่ในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับภาพรวมของบิ๊กซี ขณะที่ธุรกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยบวกหลายด้าน โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ซึ่งช่วยหนุนยอดขายของ 'ร้านค้าโดนใจ' ที่เป็นร้านค้าพันธมิตรให้เติบโตอย่างชัดเจน รวมถึงบทบาทของบิ๊กซีในฐานะฮับกระจายสินค้าไปยังร้านโดนใจ ก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจของบริษัท"
ด้านแผนค้าปลีกในปี 2568 เดิมบริษัทจะเปิดสาขาใหญ่ให้ได้ 7 แห่ง แต่ปัจจุบันเปิดได้เพียง 4 สาขาเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากกระบวนการก่อสร้างที่ล่าช้า ส่วนสาขาขนาดเล็กเปิดแล้ว 45 สาขา และจะเปิดอีก 32 สาขาในไตรมาส 4 และยังคง “จะปิดอีก 14 สาขา” ส่วนการปรับปรุงสาขาจะแล้วเสร็จ 6 สาขา และมีอีก 12 สาขาจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4
อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบจากการปรับปรุงสาขา “บิ๊กซี” จะปรับโฉมห้างช่วงไตรมาส 1-3 เพื่อเปิดบริการในไตรมาส 4 รับไฮซีซันการจับจ่ายใช้สอย และหลังการปรับปรุงร้านเดิมส่งผลให้การเช่าพื้นที่และกำไรเพิ่มขึ้น
ขณะที่ “บิ๊กซีมินิ” จะมีการปรับรูปแบบใหม่ ด้วยการเพิ่มพื้นที่เป็น 300 ตารางเมตร(ตร.ม.) จากเดิมอยู่ที่ 200 ตร.ม. และจะมีพื้นที่สำหรับจอดรถด้านหน้า ซึ่งร้านขนาดใหญ่กว่ารูปแบบเดิมส่งผลดีต่อการเติบโตยอดขาย
"เรายังคงเดินหน้าเปิดร้านในรูปแบบใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สะดวกขึ้น และตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตและยกระดับเครือข่ายสาขาให้สอดคล้องกับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว"
อย่างไรก็ดี ปีนี้คาดว่าจะเปิดบิ๊กซีมินิต่ำกว่า 80 สาขาเล็กน้อย และเชื่อว่าสถานการณ์กำลังจะเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งในปีหน้า ที่จะเปิดร้านใหม่ประมาณ 100 สาขา โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญจะมุ่งเปิดบิ๊กซีมินิโมเดลใหม่
ส่วน “บิ๊กซี” ในต่างประเทศ ฮ่องกง มีการเปิดร้านใหม่อย่างต่อเนื่องมี 23 สาขาแล้ว โดยไตรมาส 3 เปิดร้านเพิ่ม 4 สาขา แต่ไตรมาส 4 ไม่มีแผนเปิดเพิ่ม
ในไตรมาส 4 บิ๊กซียังเดินหน้าสร้างการเติบโต มุ่งทำตลาดสินค้าต้อนรับช่วงเทศกาล การออกสินค้า Private Brand โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมทาน(Ready to Eat:RTE) “อิ่มอร่อย” กว่า 200 รายการ(เอสเคยู)ตอบสนองผู้บริโภค
“ยอดขายสาขาเดิมเดือนพฤศจิกายนปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ที่ยังคงติดลบ 3-4% ซึ่งมองเป็นจุดต่ำสุด อย่างไรก็ตาม ปลายปีเป็นช่วงเทศกาล บริษัทมีความคาดหวังค่อนข้างสูงกับสินค้าใหม่ทั้งหมวดต้อนรับคริสต์มาส ของเล่น ของขวัญ โดยเดือนตุลาคมยอดขายเติบโตเกือบ 50% รวมถึงเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับมา การผลักดันยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคใหม่ๆ เป็นต้น”
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 บริษัทมีห้างค้าปลีกทุกฟอร์แมท รวมถึงร้านโชห่วยสมัยใหม่ “ร้านโดนใจ” ดังนี้
บิ๊กซี 2,057 สาขา แบ่งเป็น
-ในไทย 1,946 สาขา
-ต่างประเทศ 111 สาขา
ในไทย แบ่งเป็น
-บิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต 153 สาขา
-บิ๊กซี ซูเปอร์มารเก็ต 51 สาขา (บิ๊กซี ฟู้ด เพลส และบิ๊กซี มาร์เก็ต)
-บิ๊กซีมินิ 1,472 สาขา
-บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิส 11 สาขา -บิ๊กซี ดีโป้ 11 สาขา -ตลาด Open-air 9 สาขา -ร้านยาเพรียว 144 สาขา -ร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส์ 74 สาขา -ร้านกาแฟวาวี 21 สาขา
ต่างประเทศ แบ่งเป็น
-ลาว 65 สาขา ได้แก่ บิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต 1 สาขา และบิ๊กซีมินิ 64 สาขา
-ฮ่องกง บิ๊กซี 23 สาขา
-กัมพูชา 23 สาขา ได้แก่ บิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต 1 สาขา บิ๊กซี ฟู้ด เพลส 2 สาขา และบิ๊กซีมินิ 20 สาขา
เครือข่ายร้านโดนใจ 19,844 สาขา
อย่างไรก็ตาม 9 เดือน ค้าปลีกบิ๊กซีมียอดขาย 75,087 ล้านบาท หดตัว 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และกำไรสุทธิ 2,037 ล้านบาท ลดลง 24.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

