วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ในอนาคตอันใกล้

ในอดีต..(ที่นานมาแล้ว) การรับพนักงานใหม่ของแต่ละบริษัท หลังจากผ่านการสัมภาษณ์และฝึกอบรม พนักงานก็อยู่ในช่วงทดลองงาน

ใครผ่านก็ได้ทำงานต่อ มีบ้างที่ไม่ผ่าน และมีไม่มาก ที่พนักงานเป็นฝ่ายลาออกไปเองในระหว่างทดลองงาน..

ในอดีต..(ที่ไม่นานมานี้)การรับพนักงานใหม่ เมื่อผ่านการสัมภาษณ์และการฝึกอบรม พนักงานเริ่มลาออกมากขึ้นในระหว่างทดลองงาน...

ในปัจจุบัน ...การรับพนักงานใหม่ เมื่อผ่านการสัมภาษณ์... พนักงานบางส่วน“หายหัวไปอย่างไร้ร่องรอย”ตั้งแต่ช่วงฝึกอบรม(บางคน หายไปในวันที่สองของการฝึกอบรม บางคนเหนือชั้นกว่า หายไปตั้งแต่ครึ่งวันบ่ายของวันแรก!)

และส่วนที่เหลืออยู่ เมื่อเข้าสู่ช่วงทดลองงาน.. พนักงานจำนวนมากเป็นฝ่ายลาออกเอง หรือไม่ก็“จากไปโดยไม่ร่ำรา”ตั้งแต่ในเดือนแรกของการทดลองงาน!

ส่วนพนักงานที่ผ่านการทดลองงาน(ซึ่งแต่ละหน่วยงานของแต่ละบริษัท ก็แทบจะกราบให้อยู่ต่อ เพราะช่วยให้ผ่านการทดลองงานทั้งที่ไม่น่าจะผ่าน แต่เพราะกลัวจะหายหัวหรือจากไป เลยฝืนใจให้ผ่านไปซะงั้น!) เมื่อผ่านแล้ว ก็ใช่ว่าจะอยู่ยาว บางส่วนเพิ่งผ่านการทดลองงานไม่นาน ก็ชิงลาออกไปดื้อๆเฉยเลย!

ในอนาคต...อันใกล้ ถ้าแต่ละบริษัท ยังคงใช้ “แนวคิด และวิธีการแบบเดิมๆในการรับคน” พร้อมกับ “ความคาดหวังแบบเดิมๆ” กับพนักงานที่เป็น“เด็กรุ่นใหม่” สิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นแบบนี้...

พนักงานมาสมัครด้วยตัวเองน้อยลง...เพราะชอบที่จะสมัครผ่านช่องทางDigital จะได้ไม่ต้องเสียเวลา และถ้าเป็นไปได้ ผู้สมัครขอสัมภาษณ์ผ่าน Application (เช่น Face Time หรือ Tango หรือ Line ที่มีVideo Call ฟรีแบบเห็นหน้าเห็นตากันฟรี...ทำไมต้องมาเจอกันให้เสียเวลา!?)

ส่วนพนักงานที่ “กรุณาเสียสละเวลาอันมีค่า ยอมมาด้วยตนเอง!” จะมาแบบ มั่นใจ และเป็นฝ่ายเลือกบริษัทที่จะทำงาน เพราะเชื่อว่ามีทางเลือกเยอะ... และถ้าหางานไม่ได้จริงๆ ก็โดดไปเป็น Start Up มันซะเลย เพราะเดี๋ยวนี้ เด็กจบใหม่หรือยังไม่จบ ก็โดดมาเป็น Start Up กันแล้ว ไม่ได้อยากเป็นลูกจ้างซะหน่อย!

ในการสัมภาษณ์... แทนที่จะ เป็นฝ่ายตอบคำถาม แต่ผู้ที่มาสมัครงานจะเป็นฝ่ายสัมภาษณ์เองมากกว่าตอบ! เช่น ถ้ามาทำงานที่นี่แล้ว ห้ามใช้ Social Network หรือเปล่า!? ขอเลือกวันหยุดเองได้มั๊ย!? บางวันทำงานที่บ้านได้มั๊ย !?

และพนักงานที่ผ่านการสัมภาษณ์.. ก็จะเป็นฝ่ายถูกโทรตามจากบริษัท ว่าอย่าลืมนะค้า.. มาเริ่มงานวันที่... นะค้า (ดีนะที่ไม่ถึงกับส่งรถลีมูซีนไปรับ!) เพราะกลัวจะเปลี่ยนใจไม่มาเริ่มงาน!

เพราะ “โลกใบเก่า กรอบความคิดเก่าๆ ที่เชื่อกันว่า บริษัทเป็นฝ่ายเลือกพนักงาน จะทำยังไงก็ได้กับคนที่มาสมัครงาน... มันเปลี่ยนไปแล้ว!”

โลกใบใหม่ กับ พนักงานรุ่นใหม่ๆ... ส่วนมากไม่ได้อยากเป็นลูกจ้าง! (บางส่วนไปเป็น Start Up) ส่วนที่มาสมัคร ก็ต้องการทั้ง “อิสรภาพทางความคิด อิสรภาพการแสดงออก อิสรภาพในการทำงานในแบบที่เลือกได้!”

พนักงานที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ๆ... จะ“รับไม่ได้ อยู่ไม่ทน” กับกฏระเบียบที่คร่ำครึ ยิ่งถ้ามาเป็นลูกน้องของหัวหน้าหรือผู้จัดการ“ตกยุค”ที่ยังคิดและปฏิบัติกับลูกน้องในแบบเดิมๆตามความเคยชินของโลกยุคเก่า ยิ่งรับไม่ได้และลาออกหรือหายหัวไปในทันที!

บริษัทใหญ่ๆของไทยในตอนนี้ ระดับ CEO (เช่น กลุ่ม SCG หรือ AIS )ยังต้องเป็นฝ่ายปรับตัวและลงมาคลุกคลีกับพนักงานใหม่ๆด้วยตัวเอง เพราะรู้มานานแล้วว่าไม่สามารถใช้วิธีรับและหลอมคนแบบเดิมๆได้!

สิ่งที่จะเกิดขึ้นและควรจะเกิดขึ้นกับทุกบริษัท(ทุกขนาด) ในเรื่องการรับและสร้างคน.. จะต้องเปลี่ยนตั้งแต่ วิธีรับ วิธีสัมภาษณ์ ให้เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันและสอดคล้องกลมกลืนสำหรับผู้มาสมัครงาน!

ผู้ที่สัมภาษณ์ จะไม่สามารถ “เก๊ก ข่มตั้งแต่แรกพบ” เหมือนในอดีตได้อีกต่อไป จะต้องทำให้ผู้มาสมัครงาน ประทับใจได้รับประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่วันที่เริ่มติดต่อ ตลอดจนการสัมภาษณ์ จะเป็นผู้ตอบคำถามพอๆกับเป็นผู้ถามคำถาม!

และเมื่อผ่านการสัมภาษณ์แล้ว จะต้องสร้างสายสัมพันธ์ในระหว่างรอวันเริ่มงานเพื่อไม่ให้เปลี่ยนใจ! (เหมือนกับทำ CRM กับลูกค้านั่นแหละ แต่ในกรณีนี้ทำ CRM กับผู้ผ่านการสัมภาษณ์ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน!)

ในส่วนการฝึกอบรม ก็ไม่สามารถ“จับยัดกันเข้าไป”ในห้องอบรม แล้วฝึกอบรมแบบเดิมๆอธิบายเนื้องานแบบเดิมๆเพราะมันน่าเบื่อมากกกกกกก! (ไม่งั้นจะหายหัวไปตั้งแต่ครึ่งวันแรกของวันฝึกอบรม!)

เมื่อเริ่มงาน... พนักงานจะเป็นฝ่าย “ทดลองงาน”ว่าที่นี่ มันใช่หรือไม่ ถูกใจหรือไม่! ถ้าถูกใจ ค่อยอยู่ต่อหลังผ่านการทดลองงาน(ไม่ใช่บริษัทเป็นฝ่ายให้ทดลองงานนะ อย่าสับสน!)

ที่สำคัญมากๆที่จะทำให้พนักงานรุ่นใหม่อยู่ได้นานขึ้น... หัวหน้าทีมหรือผู้จัดการของพนักงาน ต้องเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับเด็กรุ่นใหม่ให้ได้ ไม่งั้นพนักงานจะจากไปไวกว่าที่คิดครับ!

ถึงเวลาแล้ว... ที่ทุกบริษัทต้อง“เลิกใช้วิธีคิด วิธีการของโลกยุคเก่า มารับและสร้างคนที่เป็นเด็กในโลกยุคใหม่!” อย่าเชื่อจนกว่าท่านจะได้เจอประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวท่านเอง!