นับตั้งแต่สถานการณ์ทางการเมืองไทยในปี 2556 พรรคการเมืองเก่าแก่พรรคประชาธิปัตย์ ถูกมองว่าถึงบทบาททางการเมือง
ที่ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนไป เนื่องจากมีส.ส.กลุ่มหนึ่งที่แยกออกไป เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองในนาม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.
000 ขณะที่สมาชิกอีกส่วนยังคงเดินหน้าในการสู้ศึกเลือกตั้ง นับจากนั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มกปปส.จึงถูกจับตามาโดยตลอด มาถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งจะมีขึ้นในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้าซึ่งปรากฏกระแสข่าวต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการออกมาเปิดประเด็นในทำนองว่า จะลาออกหากหัวหน้าพรรคไม่ใช่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
000 รวมทั้งกระแสข่าวกลุ่มกปปส.เตรียมที่จะเข้ามาบริหารพรรคแทนขั้วเก่า ประเด็นนี้มีคำยืนยันจากทั้งทางฝั่งรองหัวหน้าพรรคอาทิ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่า “ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนายอภิสิทธิ์ยังถูกเสนอชื่อเป็นอันดับหนึ่งในการสู้ศึกเลือกตั้งอย่างแน่นอน”
000 เช่นเดียวกับแกนนำกปปส.อย่าง วิทยา แก้วภารดัย ที่ออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า “ทั้งกปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ยังสามารถผนึกกำลังในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น”
000 กระทั่งล่าสุดหัวหน้าพรรคอย่างอภิสิทธิ์ ได้ออกมายืนยันว่า “จะทำงานเต็มที่ในฐานะหัวหน้าพรรค ส่วนตัวพร้อมที่จะเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรค และเดินหน้าต่อไปส่วนที่อดีตแกนนำกปปส. อยากกลับเข้ามาทำงานกับพรรคนั้นไม่มีปัญหาอะไร ส่วนตัวก็ยังคุยกันปกติดี”
000 เมื่ออภิสิทธิ์ออกมายืนยันแล้วว่า จะเป็นผู้นำทัพในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จากนี้คงต้องรอให้กติกาที่ใช้ในการเลือกตั้ง อย่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสนช.มีผลบังคับใช้ จากนั้นจึงจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเมื่อถึงเวลานั้นเราก็จะได้เห็นทิศทางของแต่ละพรรคที่ชัดเจนมากขึ้น
...............
- ดารากร -









