ความสงบสุขภายในประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น การลงทุนระบบชนส่งมวลชน
โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก การเรียกคืนพื้นที่ริมคลองโอ่งอ่างและทางเท้า การปราบปรามคอร์รัปชัน ฯลฯ นับเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของรัฐบาลคสช. แต่มีโครงการหนึ่งซึ่งรัฐบาลพยายามจะผลักดันให้เกิดขึ้น โดยไม่ฟังเสียงประชาชนและผู้ชำนาญการที่เกี่ยวข้อง คือ โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโครงการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำรวมความยาวสองฝั่ง 14 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ลงมาถึงสะพานพระปิ่นเกล้าโดยสร้างบนพื้นที่ของแม่น้ำจะกินพื้นที่ประมาณ 15% ของความกว้างแม่น้ำหากโครงการนี้ลงมือก่อสร้างเมื่อไรจะสร้างความเสียหายและทำลายทรัพยากรธรรมชาติของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นของคนไทยทุกคนและจะเป็นจุดด่างพร้อยของผลงานรัฐบาล ยากที่จะแก้ไขได้ต่อไป
ตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศจะก่อสร้างทางจักรยาน และที่พักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระย าเพื่อคืนความสุขและเปิดโอกาสให้ชาวกรุงเทพฯ ทุกคนมีสิทธิ์เข้าไปถึงแม่น้ำได้เท่าเทียมกันเมื่อกลางปี 2558 แล้วนั้น สมาคมวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ได้ออกมาทักท้วงให้รัฐบาลพิจราณาโครงการนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะกระบวนการดำเนินการที่เริ่มต้นไม่ถูกต้อง ทั้งระยะเวลาการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม การทำประชาพิจารณ์การวางผังแม่บท ฯลฯ สั้นและรวบรัดเกินไปแต่การทักท้วงไม่มีผลเกิดขึ้นแต่ประการใด สำนักการโยธาของกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดการโครงการนี้ยังคงเดินหน้าดำเนินการว่าจ้างผู้ศึกษาและออกแบบโครงการอย่างต่อเนื่อง จนการออกแบบโครงการได้แล้วเสร็จเมื่อปลายปีที่แล้วล่าสุด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน ว่าจะเรียกประมูลงานก่อสร้างโครงการในเดือนเมษายนนี้และจะลงมือก่อสร้างได้ในเดือนกรกฎาคม
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการเสวนาระดมความคิดเห็นจากเอกชนหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครสรุปได้ว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ เช่น การเดินเรือในช่วงแม่น้ำที่จะมีทางเลียบจะช้าลงเกือบเท่าตัว โรงแรมหรูริมแม่น้ำที่มีทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำจะถูกบดบัง ชุมชนเก่าแก่ริมน้ำจะเสียความเป็นส่วนตัว เสาตอม่อจำนวนเป็นพันต้นจะถูกตอกลงไปในแม่น้ำทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนแปลงและเป็นที่สะสมของผักตบชวาและขยะมูลฝอย เป็นภาพอุจาดสำหรับนักท่องเที่ยวทางแม่น้ำเมื่อเวลาน้ำลดจะเห็นเสาตอม่อและสิ่งปฏิกูลมาอยู่ข้างหน้าของโบราณสถาน วัดวาอาราม บ้านเรือนไทยริมน้ำที่เขาต้องการมาเที่ยวชมสิ่งที่กรุงเทพมหานครตั้งเป้าจะให้เป็นมรดกโลกระบบนิเวศวิทยาของแม่น้ำที่มีพันธ์ปลาน้ำจืดจำนวนมากจะถูกกระทบกระเทือน
นอกจากผลเสียต่างๆที่ได้นำเสนอกันที่การเสวนาแล้วโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องการป้องกันน้ำท่วมและจะเพิ่มปัญหาการระบายน้ำในปีที่มีน้ำหลากจากภาคเหนือลงมาผ่านกรุงเทพฯ เพื่อออกสู่ทะเลเพราะความกว้างของแม่น้ำจะลดลงไปจากการสร้างทางในพื้นที่แม่น้ำคนกรุงเทพฯ คงจำกันได้ดีตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างหนักเมื่อปี พ.ศ.2554 ว่ามีการเสนอเรื่องการสร้างแม่น้ำเจ้าพระยา 2 เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯ อีกทางหนึ่ง
ส่วนปัญหาต่อไปในระยะยาวคือ การคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ระดับน้ำทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 1.5- 2เมตร อันเกิดจากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น ทำให้ภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกถูกละลายหมู่เกาะในมหาสมุทรหลายแห่งจะจมหายไปจากแผนที่โลกประเทศต่างๆที่อยู่ติดทะเลได้มีการวางแผนป้องกันน้ำท่วมในอนาคตแล้ว เช่น ฟิลลิปปินส์หมู่เกาะมัลดีฟส์ เป็นต้น รัฐบาลไทยที่ผ่านมายังไม่เคยให้ความสนใจในเรื่องนี้พื้นที่กรุงเทพฯ มีระดับเฉลี่ยสูงกว่าน้ำทะเลเพียงหนึ่งเมตรรัฐบาล จะต้องวางแผนในการสร้างเขื่อนขนาดสูงและใหญ่ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิฉะนั้นกรุงเทพฯ อาจจะจมอยู่ในน้ำตลอดทั้งปีได้
ข้อเสนอทางเลือกเพื่อให้รัฐบาลพิจราณา
สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทยเห็นด้วยกับการลงทุนของรัฐบาลในโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพราะถือเป็นโครงการสถาปัตยกรรมผังเมือง( URBAN DESIGN )ขนาดใหญ่ที่รัฐบาลจะสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อประชาชนอีกทั้งเป็นการแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่สวนสาธารณะไม่เพียงพอตามมาตรฐานของนานาประเทศข้อมูลที่ได้จากคณะศึกษาและออกแบบโครงการนี้ซึ่งเป็นทีมงานของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ที่ได้สำรวจพื้นที่จากระวางและโฉนดที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนวโครงการพบว่ามีการลุกล้ำพื้นที่แม่น้ำเป็นจำนวนมากตั้งแต่ความกว้างเข้าไปในแม่น้ำ 10 เมตรถึง 50 เมตรสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทยจึงขอเสนอทางเลือกสำหรับการลงทุนโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่เหมาะสมและสามารถดำเนินการได้รวดเร็วเพื่อให้เป็นผลงานที่น่าสรรเสริญของรัฐบาล
ทางเลือกนั้นคือการสร้างพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำบนพื้นดินเท่านั้นเป็นบริเวณๆตามแนวของโครงการไม่มีการลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่แม่น้ำแต่อย่างใดโดยเป็นการเรียกคืนพื้นที่ที่มีการลุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดระยะทาง 14 กิโลเมตรแบ่งเป็นแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกระเทือนแก่ผู้ที่ลุกล้ำและอยู่อาศัยมานานรวมใช้เวลา 10-12 ปีรวมทั้งให้ปรับปรุงทางเข้าไปถึงริมแม่น้ำทันทีตามแบบของ สจล.
สำหรับแผนระยะสั้น คือ การเรียกคืนพื้นที่รุกล้ำจากวัด สถานที่ราชการ หน่วยงานที่รัฐบาลสามารถจะเจรจาได้ง่ายและรวดเร็วแล้วนำพื้นที่รุกล้ำมาพัฒนาเป็นพื้นที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำทันที เป็นบริเวณๆไป แผนระยะกลาง คือ การเรียกคืนพื้นที่จากโรงงาน บริษัท สถานที่ประกอบการ บ้านเรือนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถถอยร่นไปจากริมฝั่งแม่น้ำได้จะใช้เวลา 5-8 ปี แผนระยะยาว คือ การเรียกคืนพื้นที่จากชุมชนที่อยู่อาศัยมานานและต้องย้ายออกไปอยู่อาศัยที่อื่นจะใช้เวลา 10-20 ปีโดยรัฐบาลอาจจะช่วยเหลือด้านการจัดหาที่อยู่ใหม่พื้นที่รุกล้ำแม่น้ำที่จะได้คืนมาทั้งหมดนั้นในอนาคตนอกจากจะเป็นพื้นที่สวนริมน้ำแล้ว จะสามารถนำมาก่อสร้างเขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่สูง 4-5 เมตรเพื่อป้องกันระดับน้ำที่จะสูงขึ้นทั่วโลกในอนาคต ด้านบนของเขื่อนสามารถทำเป็นสวน ทางจักรยาน ทางเท้า เป็นต้นส่วนด้านล่างจะเป็นทางยานพาหนะหรือทางจักรยานตามความกว้างของพื้นที่นั้นๆ
ข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการได้ทันที
หากรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะสร้างโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ อาจจะพิจารณานำเอาโครงการพัฒนาริมน้ำยานนาวา ตั้งอยู่ใกล้สะพานตากสิน ที่สำนักผังเมืองของกรุงเทพมหานครได้ศึกษาออกแบบไว้แล้วเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะก่อสร้างโครงการได้ทันทีมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โดยเพียงแก้ไขแบบบางจุดไม่ให้มีการรุกล้ำแม่น้ำ โครงการนี้ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ มีทิวทัศน์ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำที่สวยงามมาก (ดูรูป) จะมีประชาชนจำนวนมากเข้าไปใช้พื้นที่สวนนี้ได้ทุกวัน ส่วนสวนสาธารณะริมแม่น้ำอื่นๆในหลายๆบริเวณของระยะทาง 14 กิโลเมตรของโครงการจะเพิ่มพึ้นที่สวนแก่กรุงเทพฯ และจะสร้างประโยชน์สุขแก่ผู้เข้าไปใช้ต่อไป
..........................................
วิชัย ตันตราธิวุฒิ
นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย









