วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จุดสลบ' ของนโยบาย ประเทศไทย 4.0

ประเทศไทย 4.0 เป็นเรื่องที่พูดกันกว้างขวาง คนที่เห็นพ้องบอกว่า นี่คือทิศทางที่จะผลักดันประเทศไทย

ให้ก้าวไปสู่ความทันสมัย เป็นสังคมแห่งความรู้และนวัตกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก็มีคำถามมากมายว่าจะนิยามคำว่า “คนไทย 4.0 อย่างไร” และเราจะก้าวไปถึงเป้าหมายนั้นได้จริงหรือ?

ผมทำรายการใน Suthichai Live ผ่าน Facebook Live ทุกวัน บ่อยครั้งก็เชิญชวนให้คนที่ความคิดความอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาตั้งวงสนทนาเพื่อเจาะลงลึกถึงหัวข้อ ที่ผมเชื่อว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศชาติ

วันก่อน ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการ TDRI มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อนี้ ได้ประเด็นที่น่าสนใจในหัวข้อที่รัฐบาลและเอกชนไทยควรจะได้ร่วมกันถกแถลงให้ตลกผลึกเพื่อทำให้แผนนี้เป็นความจริง

ดร. สมเกียรติบอกว่านโยบายประเทศไทย 4.0 เป็นวิสัยทัศน์ที่ดี แต่ “จุดสลบ” ของเป้าหมายที่จะทำให้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

จุดสลบที่ว่านี้ระบบราชการและระบบการศึกษาของชาติ

ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมีความจำเป็นต้องแข่งขัน เพราะฉะนั้นก็ต้องปรับตัวอยู่แล้ว แต่ภาคราชการและภาคการศึกษา “อยู่กับตัวเองค่อนข้างเยอะ” ไม่ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก

คะแนนการทดสอบ PISA ของนักเรียนนักศึกษาไทยปีที่ผ่านมาก็ตกอันดับไปอีก หากรัฐบาลไทยจะบอกชาวโลกว่าจะก้าวไปสู่ 4.0 จะมีใครเขาเชื่อหรือเปล่าหากมาตรฐานการศึกษาของเรายังอยู่ในอันดับที่ต่ำเตี้ยอย่างนี้

“ผมเคยพูดเล่น ๆ ว่าระบบการศึกษาของเรายังอยู่ที่ 0.4 เราจะไปถึง 4.0 ได้หรือ?” ดร. สมเกียรติบอก

อีกอุปสรรคที่สำคัญคือระบบราชการที่ยังล้าสมัย เพราะไม่ว่าวิสัยทัศน์ของผู้นำจะดีอย่างไร ผู้นำไปปฏิบัติคือข้าราชการ

“ระบบราชการของเราตามโลกไม่ทันครับ...ข้าราชการของเรามองแต่เจ้านาย ไม่มองว่าจะรับใช้ประชาชนและเอกชนอย่างไร ...”

ตัวอย่างเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงความล้าสมัยแห่งระบบราชการ คือทุกวันนี้การเดินทางเข้าออกประเทศยังต้องกรอกใบตรวจคนเข้าเมืองที่เรียกว่า “ตม. 6” ทั้ง ๆ ที่คนไทยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับคนเดินทางครบถ้วนอยู่แล้ว ยกเว้นเที่ยวบินสำหรับการเดินทางซึ่งก็น่าจะแจ้งข้อมูลใหม่เพียงเรื่องเดียว

“แต่คนเดินทางเข้าออกนอกประเทศก็ยังต้องกรอกเจ้า ตม. 6 ทุกคนทั้งขาเข้าและขาออก และเจ้าหน้าที่ ตม. ก็เอาฟอร์มนั้นไปใส่ลังใหญ่ ๆ ขนไปเก็บเป็นกอง ๆ...ถามว่าทำไมยังต้องกรอก คำตอบคือกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองมีมาตราหนึ่งเขียนไว้ว่าการเข้าออกประเทศจะต้องกรอกแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ และนั่นก็คือ ตม. 6 นี่แหละครับ ดังนั้นไม่ว่าเราจะก้าวไปสู่อิเล็กทรอนิกส์แค่ไหน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ยังอยู่ เราก็ยังต้องกรอกเอกสารอย่างนี้อยู่...”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ที่ยกมาสะท้อนให้เห็นถึง “ความล้าสมัย” ของระบบราชการ ยังมีเรื่องทำนองนี้อีกเป็นร้อย ๆ เรื่องซึ่งควรจะยกเลิกเพื่อให้สอดคล้องกับการผลักดันให้ประเทศก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

แต่ที่ยกเลิกไม่ได้เพราะไปขัดต่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

เรื่องอย่างนี้ก็ต้อง “วัดใจ” รัฐบาลว่าถ้าหากจะเดินหน้าสู่ประเทศไทย 4.0 จริง จะแก้ไขอุปสรรคสำคัญ ๆ ที่จะขวางกั้นการบรรลุเป้าหมายระดับชาติอย่างนี้ได้หรือไม่

หากได้คุยกับคนในรัฐบาลที่ดูแลรับผิดชอบ เรื่องการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระดับสากล ก็จะยอมรับว่าปัญหาหนักอกใหญ่คือสองเรื่องนี้ที่ ดร. สมเกียรติเรียกว่าเป็น “จุดสลบ”

ลงท้ายไม่มีการสร้างชาติที่สำเร็จจะไม่มาจากความ “กล้าหาญทางการเมือง” หรือที่ฝรั่งเรียก political will อย่างจริงจัง