วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กังขาประชามติตุรกี

การลงประชามติในตุรกีเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้อำนาจเบ็ดเสร็จกับประธานาธิบดี

 ถือเป็นชัยชนะส่วนตัวของประธานาธิบดีเออร์โดอัน (Erdogan) แต่เป็นความพ่ายแพ้ของระบอบประชาธิไตย และของประเทศตุรกีโดยรวม

แม้จะมีผู้มาใช้สิทธิในอัตราสูงถึง 85% แต่ชัยชนะสูสีมาก คือ 51.4% คะแนนเห็นด้วยมากกว่าไม่เห็นด้วย 1.38 ล้านคะแนน โดยคณะกรรมการเลือกตั้งอนุญาตให้นับบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีตราประทับถึง 1.5 ล้านใบ มีการประท้วงจากฝ่ายค้านและกลุ่มสังเกตการณ์ว่าการลง-นับคะแนนไม่ชอบธรรมในหลายประเด็น ทั้งในและนอกประเทศ อาทิ เยอรมนี

นอกจากนี้ยังขาดความชอบธรรมเพราะผู้ลงคะแนนอาจไม่มีโอกาสไตร่ตรอง เนื่องจากฝ่ายค้านถูกปิดกั้นและรุกรานสารพัด...

จากนักฟุตบอลสู่นายกเทศมนตรีเมืองอิสตันบูล (พรรคอิสลามอนุรักษ์นิยม) ในปี 1998 นายเออร์โดอันก่อตั้งพรรค AKP ที่เป็นอนุรักษ์นิยมปานกลางในปี 2001 แล้วชนะในการเลือกตั้งปี 2002 2007 และ 2011 เขาเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2003 มีผลงานดีเด่น 10 ปีในตำแหน่งนี้

มีการกอบกู้เศรษฐกิจด้วยความช่วยเหลือของ IMF และการสนับสนุนของ EU การลงทุนเข้ามาล้นหลาม เศรษฐกิจเติบโต มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ทันสมัย ความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น เขาจัดการกับกลุ่มอำนาจในกองทัพและราชการโดยอาศัยเครือข่ายโดยนายเฟตูเลาะห์ กูเลน (Gulen) ผู้นำทางศาสนา (อิสลามซูฟี) ที่พำนักในสหรัฐอเมริกา นายเออร์โดอันเพิ่มสิทธิของพลเมือง โดยเฉพาะการแสดงออกของชนชั้นล่างที่เป็นอนุรักษ์นิยมอิสลาม และเขาได้เจรจาสงบศึกกับกลุ่มแยกดินแดนชาวเคิร์ดด้วย และเริ่มกระบวนการที่จะเข้าร่วมใน EU

ช่วงแรกนายเออร์โดอัน อาศัยเครือข่ายกลุ่มกูเลนในหลายๆด้าน แต่ต่อมาก็แตกกันโดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีคอร์รัปชั่น 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2013 ที่มีการจับกุมคนใกล้ชิดกับนายเออร์โดอัน ซึ่งตัวเขาเองก็ถูกแปดเปื้อนในคลิปที่มีการส่งต่อในโซเชีลยมีเดีย มีการประท้วงต่อต้านนายเออร์โดอันทั่วประเทศ ตาย 22 คนจากการปราบปราม ทำให้เขาถูกนานาชาติประนาม และการเจรจาเข้า EU หยุดชะงัก

นายเออร์โดอัน “ลาออก” จากพรรค AK เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2014 แม้เริ่มต้นเป็นตำแหน่งทางพิธีการ แต่เขาสามารถเปลี่ยนให้มีอำนาจบริหารมากขึ้นเรื่อยๆ ตุรกีมีปัญหาความไม่สงบจากสงครามกลางเมืองประเทศซีเรีย มีการก่อการร้ายจากพวกหัวรุนแรงทางศาสนาและกลุ่มแยกดินแดน หลังขัดแย้งกับแกนนำพรรคการเมืองเคิร์ดนายเออร์โดอันก็เริ่มใช้ความรุนแรงปราบปรามชาวเคิร์ดแยกดินแดนและผู้ถูกสงสัย มีคนตายหลายพันตั้งแต่กลางปี 2015 แม้ภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแย่ลงอีก แต่ก็เรียกคะแนนนิยมคืนมาให้ตนเองและพรรค AK ได้มาก

การก่อรัฐประหารเดือนกรกฎาคม 2016 ต้องล้มเหลวเพราะประชาชนผู้สนับสนุนประธานาธิบดีเออร์โดอัน ออกมาต่อสู่ในท้องถนน นับเป็นปรากฎการณ์พลังมวลชนที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับทำให้นายเออร์โดอันมีความเป็นเผด็จการยิ่งขึ้น

เขาเชื่อว่าผู้ก่อการครั้งนี้เป็นกลุ่มกูเลน ซึ่งนายเออร์โดอันหาว่าเป็นองค์การก่อการร้าย ใครที่เกี่ยวพันจะถูกทำลาย มีการจับกุม 40,000 ราย เป็นทหารกว่า 10,000 (รวมนายพลครึ่งกองทัพ) ผู้พิพากษา 2,745 คน ประชาชน 4,000 คนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ นักวิชาการ 6,300 คนถูกไล่ออกหรือจำคุก สื่อราว 160 แห่งถูกปิด

เขาใช้อำนาจจากประกาศภาวะฉุกเฉินที่เขียนไว้กว้างมาก นายเออร์โดอันกล่าวว่า “ไม่มีความแตกต่างระหว่างผู้ก่อการร้ายที่ใช้ปืน กับคนที่ใช้งานและปากกาสนับสนุนการก่อการร้าย”

ฝ่ายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเชื่อว่าจะแก้ปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงของตุรกี ซึ่งต้องเผชิญกับการก่อการร้ายและรัฐประหารบ่อยครั้ง ตุรกีมีถึง 65 รัฐบาลในรอบ 94 ปีตั้งแต่เป็นสาธารณรัฐ แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นการให้อำนาจกับประธานาธิบดีที่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล เพราะสภาผู้แทนจะเลือกตั้งเวลาเดียวกับประธานาธิบดีจึงทำให้พรรคเดียวกันคุมได้ทั้ง 2 สถาบัน ส่วนศาลจะถูกเปลี่ยนจากระบบคัดสรรกันเองเป็นการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและสภา

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสร้างความชอบธรรมอย่างเป็นทางการให้ระบบเผด็จการจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็เริ่มแสดงอาการแล้วจากการบริหารในช่วงหลังๆ ของนายเออร์โดอัน โครงสร้างอำนาจแบบนี้จะทำให้ตุรกีไม่มีความสงบสุข เพราะเป็นสังคมที่มีความหลากหลายมากทั้งศาสนาและเผ่าพันธุ์

ความจริงคะแนนประชามติของฝ่ายรับนับว่าน้อย เพราะฝ่ายค้านถูกบั่นทอนอย่างหนักจนแทบไม่สามารถรณรงค์ได้ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนนายเออร์โดอันใช้ทั้งเงินและทรัพยากรอื่นๆ ของรัฐบาล

การไม่เปิดโอกาสให้ถกเถียงแลกเปลี่ยนในเวทีสาธารณะ ขัดกับหลักประชาธิปไตย ประชามติจึงเป็นเพียงเครื่องมือของผู้รวบอำนาจภายใต้หน้ากากประชาธิปไตย

น่าสงสัยว่าถ้ากระบวนการลง-นับคะแนนบริสุทธิ์ยุติธรรม หรือถ้ากติกาของการลงประชามติมี Dispersed Majority เช่น จะชนะระดับประเทศได้ต้องชนะในระดับจังหวัดหรือภูมิภาคต่างๆด้วย ฝ่ายค้านนายดออร์โดอันอาจจะชนะก็เป็นได้ เพราะฝ่ายค้านชนะในเมืองใหญ่ๆ หลายแห่ง

ประชาธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญที่พึงปรารถนายิ่ง บทเรียนสำหรับประเทศไทยคือ ไม่ว่าผู้ใช้อำนาจบริหารจะมาจากการเลือกตั้ง...หรือไม่ หากไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลก็ไม่พึงปรารถนา การสร้างกฎกติกาใน “ช่วงปฏิรูป” นี้จึงควรดูตุรกีเป็นอุทาหรณ์