ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แวดวงตลาดการเงินเริ่มมีการพูดถึง การแข่งขันกันดึงเงินฝาก
ของธนาคารพาณิชย์ถี่ขึ้น เพราะมองว่าสินเชื่อที่เติบโตขึ้น จะทำให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ที่มีเริ่มตึงตัว โดยเฉพาะธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีสภาพคล่องน้อยกว่าธนาคารใหญ่ ทำให้ธนาคารกลางและเล็กเริ่มกลับมา ออกผลิตภัณณ์เงินฝากระยะยาวดอกเบี้ยสูงตั้งต้นปีเลยทีเดียว แม้ว่าภาพรวมสินเชื่อในช่วงต้นปีและในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะเติบโตไม่สูงเหมือนที่หลายๆคนประเมินไว้ก็ตาม
แต่เมื่อมองยาวไปถึงช่วงครึ่งปีหลังทั้งสำนักวิจัยเศรษฐกิจ ทั้งของภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จะเร่งตัวขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลังและทั้งปีสินเชื่อจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ไว้สูงเฉลี่ยตั้งแต่ 4-6%
นั่นหมายความว่าธนาคารต่างๆจะต้องเตรียมสภาพคล่องไว้สำหรับการปล่อยสินเชื่อ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากมาดึงสภาพคล่อง ซึ่งเมื่อทุกแบงก์ต่างมีความต้องการเหมือนกัน “การแข่งขันด้านราคา” หรือ “แข่งขันด้วยดอกเบี้ย” จึงเกิดขึ้นและเริ่มจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังปี มีการคาดการณ์กันว่าธนาคารพาณิชย์น่าจะแข่งขันกันแรงจนเข้าสู่ “สงครามเงินฝาก” เลยทีเดียว
จากตัวเลขของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบีธนาคารทหารไทย (TMB) คาดการณ์ว่าเงินฝากจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้สินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังของปีความต้องการสินเชื่อ ทำให้สภาพคล่องของระบบธนาคาร จะเริ่มตึงตัวโดยคาดการณ์ว่าสภาพคล่องต่อการให้สินเชื่อ (LTD) ปีนี้จะปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 98.2 สูงกว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาโดยในปี 2556 อยู่ที่ระดับ 97.9 ปี 2557 อยู่ที่ระดับ 96.1 ปี 2558 อยู่ที่ระดับ 97.6 และปี 2559 อยู่ที่ระดับ 96.9
สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ระบุว่า สภาพคล่องของธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก เริ่มมีสัญญาณตึงตัวอัตราส่วน LTD ของธนาคารกลางขยับสูงขึ้นอยู่ในระดับที่สูงมากกว่าธนาคารขนาดใหญ่เช่นเดียวกับธนาคารขนาดเล็ก
นั่นทำให้ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กออกตัวก่อนธนาคารขนาดใหญ่ ในการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยอาศัยจังหวะที่ดอกเบี้ยในระบบยังอยู่ในระดับต่ำ เพื่อต้นทุนการเงินจะได้ไม่อยู่ในระดับที่สูงเกินไป เพราะหากรอเวลาอาจจะทำให้ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยปีนี้จะไม่ปรับขึ้นตามธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่จากการแข่งขันเรื่องเงินฝากทำให้จะต้องมีการแข่งกันให้ดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดแน่นอน
ส่วนจะแข่งขันกันให้ดอกเบี้ยสูงแค่ไหนนั้นแบงก์ไหน จะจูงใจให้ไปฝากเงินมากกว่ากันคงต้องติดตามกันในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้
อย่างไรก็ตามการเร่งดึงสภาพคล่องก็ต้องเป็นไปตามความต้องการใช้สินเชื่อของแต่ละธนาคาร เพราะหากเร่งดึงสภาพคล่องไปเก็บไว้ก็เป็นต้นทุนการเงินของแบงก์อีกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ใช่ว่าทุกธนาคารจะโดดลงมาแข่งขันด้วยการลดดอกเบี้ย
โดย “สยาม ประสิทธิศิริกุล” ประธานเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี(SME) ธนาคารกรุงศรีบอกว่าแม้สินเชื่อ โดยภาพรวมปีนี้จะมีการเติบโตสูงทำให้ธนาคารต่างๆ ต้องแข่งขันการดึงเงินฝาก แต่ในส่วนของธนาคารไม่อยากลงไปแข่ง หรือแข่งให้น้อยที่สุดซึ่งก็เป็นไปตามการติบโตของสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งในปีนี้กรุงศรีตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีต่ำกว่าก่อน
.............
วรินทร์ ตริโน









