วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เติมเต็มความชาญฉลาด ด้านอารมณ์

เก่งหรือไม่เก่งไม่สำคัญ เท่าการแสดงพฤติกรรมที่สะท้อนอารมณ์ ให้ปรากฏต่อสาธารณะ

 คนใหญ่คนดังหลายคนพังเพราะชาญฉลาดกับอารมย์ของตนเองไม่พอ ฉลาดสารพัดเรื่อง แต่มาเสียตรงที่โง่เง่าด้านอารมณ์ คนที่ฉลาดด้านอารมณ์รอดพ้นหน้าสิ่วหน้าขวานได้ดีกว่าคนเก่ง แต่เขลาด้านอารมณ์มากมายหลายเท่า ยิ่งรอบตัวเต็มไปด้วยความยากเย็น ปัญหารุมล้อมมากเท่าไร โอกาสที่เราจะโง่เง่าคุมอารมณ์ไม่ได้ก็มีมากขึ้น ยิ่งสะสมความกดดันจากสภาพการณ์รอบตัวไว้มากเท่าใด โอกาสแสดงพฤติกรรมที่สะท้อนความไม่ฉลาดด้านอารมณ์ก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว พลาดจากความไม่ฉลาดด้านอารมณ์ โอกาสแก้ตัวแทบไม่มี

แค่ไหนเรียกว่าชาญฉลาดในด้านอารมณ์ ถ้าเห็นตนเองอย่างกระจ่างชัด มองเห็นว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอย่างไร ตอนนี้หน้าตาท่าทางของฉันเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือมองเห็นตนเอง ก่อนที่คนอื่นจะสังเกตเห็นอาการเหล่านั้น เหมือนที่พระท่านบอกให้ให้มีสติอยู่กับตัวตนของตนเองอยู่เสมอ คนฉลาดทางอารมณ์รู้ตัวว่ากำลังส่งสารส่งความหมายใด ๆไปให้คนรอบตัว จากท่าทาง และสีหน้าหรือไม่ คู่สนทนาที่คุยกับคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ดูไม่ออกว่าพอใจ หรือไม่พอใจ โกรธ หรือไม่โกรธ แค่นั้นการงานในยามยากก็ง่ายขึ้นเยอะแล้ว ในทางตรงข้ามแค่ไม่ฉลาดพอจะควบคุมสีหน้าที่บ่งบอกความไม่พอใจ สีหน้าที่บ่งบอกการดูหมิ่นดูแคลน งานง่ายกลายเป็นงานอภิมหายากมาเยอะแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตจนกระทั่งใคร ๆก็ไม่กล้าไม่พอใจ ควรเติมเต็มความฉลาดด้านอารมณ์ด้วยการฝึกมองตนเองให้รู้ทันอารมณ์ของตนไว้เสมอ โดยต้องมั่นใจให้ได้ว่าในยามที่เราพบเรื่องที่ไม่เป็นที่พออกพอใจ ร่างกายและท่าทางของเราไม่ได้สื่อความรู้สึกนั้นออกมาอย่างแจ้งชัด โกรธได้ ไม่พอใจได้ แต่ต้องฉลาดพอจะไม่แสดงอารมณ์ให้คนอื่นเห็นก็ได้

เมื่อมองออกไปรอบตัว คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์คิดก่อนพูดเสมอ ตอบช้าหน่อยยอมเสียเวลาคิดทบทวนก่อนพูดออกไปสักนิด ซึ่งโดยทั่วไปคนเราพูดร้ายต่อกันเมื่อเรามองรอบตัวด้วยสายตาร้าย ๆ คือมองหาเรื่องที่ตนเองถูกเอาเปรียบบ้าง มองหาเรื่องที่ไม่เท่าเทียมกันในการปฏิบัติบ้าง ดังนั้นควรพยายามที่จะมองรอบตัวไปในทางที่เป็นบวก นึกในทางดีก่อนที่จะนึกในทางที่ต้องด่ากัน ความฉลาดมากน้อยอยู่ตรงที่เมื่อมองรอบตัว แล้วพอจะบอกได้ว่าเห็นรอบตัวในด้านที่เป็นบวกได้ตรงไหนบ้าง ทุกคำที่สนทนาต้องถูกกลั่นกรองด้วยความฉลาดพอที่จะคาดเดาได้ว่าคำไหนส่งความหมายที่ดีต่อกัน คำไหนส่งออกไปแล้ว ถึงแม้ข้อความไม่ใช่คำด่าก็เหมือนด่า ลูกพี่คนไหนฉลาดด้านอารมณ์น้อย ลูกน้องไม่มีวันผูกพันทุ่มเททำการงานให้อย่างเต็มที่ มีแต่ทำเท่าที่ต้องทำเท่านั้น เพราะทุกวันได้รับการเหยียดหยามจากถ้อยคำที่เป็นเหมือนใบมีดเคลือบนำ้ตาลอยู่เป็นประจำ ถ้าฝึกอารมณ์ให้ฉลาดพอที่จะส่งเฉพาะถ้อยคำที่ใครฟังแล้วได้ความสบายใจ ลองใช้คำแนะนำแทนคำตำหนิไว้เป็นประจำ ใครอยู่ใกล้ก็ไม่ทุกข์

ถ้าฉลาดด้านอารมณ์มากพอจะปล่อยอารมณ์ไม่ให้หลงอยู่กับความขุ่นเคืองแต่ปางก่อน เคยไม่ชอบหน้าตากันมาแต่วันวาน เมื่อเจอะเจอกันในวันนี้ ก็คุยกันเฉพาะเรื่องวันนี้ ไม่พื้นฝอยหาตะเข็บไปที่วันก่อน ฉลาดพอจะแยกปัจจุบันออกจากอดีตได้ มีอะไรไม่พอใจก็แค่ปัจจุบัน แล้วจบลงแค่นั้น พยายามไม่สะสมวันวานไว้เป็นความเครียด เมื่อไม่ขุดเรื่องวันก่อน ในใจก็ไม่มีอะไรต้องขุ่นมัว จะพูดจะคุยก็ไม่มีการส่งท่าทางที่บ่งบอกความไม่ปรารถนาดีต่อกัน ที่สำคัญคือหากหยุดการฟื้นฝอยหาตะเข็บจากเรื่องวันวานไว้ได้อย่างแนบเนียน จะช่วยให้เราสามารถยุติความขัดแย้งได้อย่างสันติ ตะเข็บที่ฟื้นฝอยมาจากวันวานเป็นเหมือนตัวกระตุ้นอารมณ์ให้มีการตอบโต้ที่รุนแรงและยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น อยากปรองดองอย่าปล่อยอารมณ์ให้ผูกพันอยู่แต่กับตะเข็บวันวาน

วันนี้ถ้ายังมีพฤติกรรมต่าง ๆที่สะท้อนว่าฉลาดด้านอารมณ์ไม่พอ และยังฉลาดไม่พอที่จะลดทอนพฤติกรรมนั้นลงไป ขอให้หาทางสืบเนื่องความเป็นใหญ่เป็นโตไว้ให้นานเท่านาน วันไหนหมดไป วันนั้นจะได้คำตอบว่าอารมณ์ความโง่เขลานั้นมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร และผลลัพธ์นั้นจะไม่ใช่สิ่งที่อยากได้แน่ๆ