ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ระหว่างที่ผมมีโอกาสสนทนากับ “ประธานอาวุโส”
ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ในทุกหัวข้อที่เกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทย ในสายตาของนักบริหารระดับสากล
ในภาพผมกำลังเปิดโทรศัพท์มือถือของผม ให้ดูคลิปย้อนหลังของรายการสนทนาข่าว Suthichai Live ใน Facebook Live ที่ผู้เข้าร่วมรายการมาจากทั่วโลกสดๆ สามารถติดตามได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก อีกทั้งยังสามารถแสดงความคิดเห็น ตั้งคำถามและมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างคึกคักได้อย่างน่ามหัศจรรย์
คุณธนินท์ บอกผมว่าตอนนี้ทุกแผนของเครือซีพีมุ่งสู่การสร้าง CP 4.0 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการสร้าง Thailand 4.0
และหัวใจของการบรรลุเป้าหมาย 4.0 ไม่ว่าจะในระดับบริษัทหรือระดับชาติคือ “คน”
เพราะเทคโนโลยีซื้อหาได้ แต่คนต้องสร้าง และหากจะเร่งฝีเท้าให้สร้างประเทศไทย 4.0 ในระยะเวลาอันสั้นได้ การสร้างคนไทยให้มีคุณภาพตามที่ต้องการได้อาจจะไม่ทัน
ทางออกคือการเปิดกว้างสำหรับให้ “คนเก่งที่สุดในโลกทุก ๆ ด้าน” เข้ามาทำงานให้ประเทศไทยด้วยมาตรการส่งเสริมพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษี กฎหมายและการสร้างบรรยากาศที่เป็นแรงจูงใจ ให้กับคนเก่งกล้าสามารถจากทุกมุมโลกอยากมาอยู่และทำงานในประเทศ
แผนการสร้าง “ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก” หรือ Eastern Economic Corridor ที่จะสร้าง “เมืองนวัตกรรม” ใหม่รวมถึงการยกระดับอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของประเทศประกบด้วยท่าเรือน้ำลึก จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่ทรงพลัง ที่เพื่อนบ้านในย่านนี้ไม่สามารถจะแข่งกับเราได้... หากเราสามารถเดินหน้าทำแผนนี้ได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
การจะสร้างเมืองนวัตกรรมใหม่เพื่อผลักดันให้ไทย อยู่แถวหน้าของการแข่งขันก็ต้องมีการเปิดกว้าง สำหรับคนที่มีความรู้ความสามารถระดับสากลที่จะมาทำงาน “วิจัยและพัฒนา” ในเมืองใหม่แห่งนี้ เพราะลำพังแต่คนไทยเองอาจจะไม่พอที่จะกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างที่มีนัยสำคัญ
เพราะหากจะสร้างเมืองนวัตกรรมใหม่ “EEC Global Innovation Center” จะต้องทำอย่างเปรี้ยงปร้าง ไปเชิญชวนให้บริษัท สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล โรงซ่อมสร้างเครื่องบินและstartups ระดับสากลมาลงในเมืองใหม่แห่งนี้
“สิงคโปร์มีประชากร 5-6 ล้านคน เขายอมให้คนต่างชาติที่เป็นมืออาชีพในทุก ๆ ด้านเข้ามาทำงานถึง 2 ล้านคนเพราะเขาไม่กลัวว่าคนต่างถิ่นจะมาแย่งงานคนของเขา ตรงกันข้ามเขายินดีต้อนรับคนเก่ง ที่มีผลงานโดดเด่นมาสร้างประเทศเขาให้เจริญรุดหน้า โดยที่คนของเขาพร้อมจะเรียนรู้จากคนเก่งระดับโลก” คุณธนินท์บอกผม
เพียงแค่เราประกาศเชิญชวนให้คนเก่งกล้า สามารถจากต่างประเทศมาเสนอตัว อาจจะไม่พอในภาวะที่การแข่งขันระดับสากลรุนแรงมากขึ้นทุกวัน
เราต้องเดินสายไปหาองค์กรและหน่วยงานที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อไปอธิบายถึงแผนการสร้างชาติไทยใหม่ และมาตรการที่จะเป็นแรงจูงใจให้มาเมืองไทย เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง
“แทนที่จะเป็นเพียงแค่บอกคนเก่งเหล่านี้ว่าเรามีข้อเสนอที่จูงใจเขาอย่างไร รัฐบาลสิงคโปร์ไปเจอเขาแล้วถามว่าคุณต้องการแรงจูงใจอะไรบอกมา เขาจะพยายามสนองตอบเงื่อนไขเหล่านั้นให้ได้เพราะท้ายที่สุดประโยชน์จะตกอยู่กับประเทศเจ้าภาพเอง” ประธานอาวุโสเครือซีพีบอก
แนวความคิด “เปิดประตูสร้างชาติยุค 4.0” เช่นนี้จะต้องได้รับการถกแถลงกันอย่างกว้างขวางและเร่งด่วน ในระดับนโยบายของประเทศ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน...เพราะ “โอกาสที่เสียไป” เพราะความล่าช้าเอื่อยเฉื่อยมีราคาแพงเกินกว่าที่ประเทศชาติจะรับได้อีกต่อไป!









