ปฏิบัติการบุกวัดธรรมกาย เพื่อนิมนต์ “ธัมมชโย” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีฟอกเงินและรับของโจร
ที่เชื่อมโยงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถูกหยิบยกมาพูดถึงเป็นระลอก และเงียบหายมาเป็นระยะ
หลังจากออกหมายจับและนำกำลังบุกเข้าวัดครั้งแรกเมื่อ 19 มิ.ย.2559 ผ่านมาแล้ว 8 เดือนเต็มพอดี ครั้งนั้น หลังประเมินกำลังกองทัพศิษยานุศิษย์อยู่ครึ่งวัน ก็ถอยทัพกลับมาตั้งหลัก โดยให้เหตุผลว่าจะต้อง“ปรับแผน”เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือเสียเลือดเนื้อคนไทยด้วยกัน
จนผ่านไปอีกร่วมครึ่งปีเมื่อช่วงปีใหม่ จึงได้มีการนำกำลังตำรวจหลายร้อยนาย รวมตัวกันตั้งแต่ตี 5 ไปเลียบๆ เคียงๆ หน้าประตูหลักของวัด
แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงปฏิบัติการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง ที่วัดนำมาวางไว้เพื่อป้องกันการบุกของเจ้าหน้าที่
ก่อนที่ล่าสุดกระแส“บุกวัด”จะคึกคักขึ้นมาอีกรอบ หลังจากพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอนำทีมเข้าหารือกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมฝ่ายทหาร
เพื่อเป็นการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ ของวัดพระธรรมกายและมูลนิธิต่างๆในเครือข่าย เพื่อประกอบการดำเนินคดี โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารที่ทับคลองสาธารณะ และการบุกรุกที่สาธารณะ
ขณะเดียวกันก็มีการพูดถึง“ปฏิบัติการครั้งใหม่"
กำหนดให้พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบการสนธิกำลังเข้าจับกุมตัว โดยใช้กำลัง“ทหารกองทัพภาคที่ 1” เป็นกำลังหลักในการปิดล้อมพื้นที่วัด ไม่ให้มวลชนเข้าไปขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ส่วนตำรวจจะรับผิดชอบกันกลุ่มศิษยานุศิษย์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีออกนอกพื้นที่วัด เพื่อเปิดทางให้ดีเอสไอและนักนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจค้นและเก็บพยานหลักฐาน
แผนปฏิบัติการที่ซักซ้อมเบื้องต้นคือการตรึงกำลังตำรวจและทหารรอบพื้นที่ เชิญผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกนอกวัด พร้อมกับป้องกันไม่ให้มีการปลุกระดมมวลชนเข้ามาเติม และอาจออกประกาศให้ภายในวัดเป็นเขตควบคุมพิเศษ
โดยแผนปฏิบัติการสนธิกำลังเข้าตรวจค้น จะแจ้งให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมประกอบกำลังภายใน 12 ชั่วโมง และเคลื่อนกำลังเข้าถึงเป้าหมายภายใน 6 ชั่วโมง
ส่วนจะเป็นวันไหน? อย่างไร? มีคำตอบสั้นๆ ว่าไม่นานเกินรอ !!!









