วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมตัวให้พร้อมรับอนาคตเปลี่ยน

นโยบายขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล หรือการเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0

 ดูเหมือนกำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลังเปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และแต่งตั้งเจ้ากระทรวงเรียบร้อย แม้ทุกอย่างจะค่อยเป็นค่อยไป แต่การจัดการ การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องเกิด และเป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงภาคเอกชน เพราะทิศทางภาครัฐจะเป็นตัวกำหนดย่างก้าวของเอกชนสืบเนื่องมายาวนานปัจจุบันก็เช่นกัน

ยุคสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนรวดเร็ว การปรับตัวเกิดขึ้นทุกวงการ ภาครัฐซึ่งโครงสร้างใหญ่ เทอะทะ มีระเบียบปฏิบัติมากมาย ดำเนินการใดๆ จึงมักเชื่องช้า ขณะที่ภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม อาจศึกษาหาช่องทางรับมือการเปลี่ยนแปลงไว้บ้างแล้ว เพราะมีความพร้อมทางบุคลากร และการเงิน ปีที่ผ่านมาบริษัทต่างๆ ทุกวงการธุรกิจได้ลงทุนหรือมีแผนรับมือการมาของดิจิทัล แต่องค์กรเล็กๆ อาจขาดแคลนสิ่งที่องค์กรใหญ่มี แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นเช่นนั้นทั้งหมด จุดสำคัญอยู่ที่วิสัยทัศน์ผู้นำองค์กร จะรู้เท่าทันเทคโนโลยีหรือไม่ พร้อมรับมือขนาดไหน

เสียงจากผู้ประกอบการไอที ซึ่งคลุกคลีกับภาครัฐและเอกชน แจงสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลเข้ามามีอิทธิพลต่อการลงทุนไอทีในไทยอย่างเป็นรูปธรรม จากปีที่ผ่านมานโยบายภาครัฐผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทุกองค์กรเร่งปรับตัว มีแนวคิดนำดิจิทัลมาใช้มากขึ้น ถึงขณะนี้แต่ละรายมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล มีแผนนำคลาวด์ บิ๊กดาต้า โมบิลิตี้ และแอพพลิเคชั่นสำหรับธุรกิจมาใช้ เทคโนโลยีที่มีบทบาทมาก คือ บิ๊ก ดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เพย์เม้นท์ บล็อคเชน และแอพใหม่ๆ นอกจากนั้นโซเชียลจะเข้ามามีส่วนด้านการทำตลาดมากขึ้น

ข้อมูลจากไอเอ็มซี ระบุว่า ตลาดคลาวด์ในไทยจะโตได้ราว 16% โมบิลิตี้ 14% และในระดับโลกได้นำกระบวนการทำงานไปไว้บนคลาวด์เต็มรูปแบบแค่เพียง 6% จะเห็นได้ว่า ในทางปฏิบัติการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลขององค์กรธุรกิจในประเทศไทยยังทำได้ไม่เร็วเท่าที่ควร เพราะต้องเผชิญแรงกดดันทั้งสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการแข่งขันกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่คล่องตัวสูง การรับมือการเปลี่ยนแปลงจำเป็นอย่างมากต้องอ่านสถานการณ์ให้ไกลกว่าเพียงแค่รับมือกับการเปลี่ยนแปลง รวบรวมข้อมูลเชิงลึกหามุมมองใหม่ประกอบการตัดสินใจและวางกลยุทธ์

เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่ทุกหน่วยงานรัฐ และเอกชนต้องใช้คือ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ยิ่งคลาวด์อัจฉริยะเท่าไร ยิ่งช่วยงานได้มาก และแม่นยำขึ้น ยิ่งความพร้อมเรื่องเน็ตเวิร์คมีมากขึ้น จากการที่เอกชนหลายๆ ราย แข่งขันกันลงทุนเน็ตเวิร์คโทรคมนาคม อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ยิ่งเป็นพื้นฐานรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน รัฐก็หนุนให้เกิดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของการพัฒนา มีโอกาสที่จะพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่การอัพเกรดระบบไอทีอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและแนวทาง การโต้ตอบและสื่อสารกับลูกค้า การเสริมศักยภาพพนักงาน ยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจผลิตภัณฑ์ คุณภาพชีวิตประชาชน

การเปลี่ยนผ่าน เกิดขึ้นกับทุกวงการ ทั้งรัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไป การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้ประสบความสำเร็จได้ มาจากความสามารถในการปรับแนวคิด และวิธีการทำงานร่วมกันของทุกคนในองค์กร โดยผู้บริหารคือปัจจัยสำคัญที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนต้องพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงให้ได้