วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักไล่...นักช้อน...หรือนักลงทุนแบบผสม

ภาพรวมการลงทุนในปี 2559 ที่เพิ่งผ่านไปนั้น เป็นปีที่ปราบเซียน หรือว่าหักปากกานักวิเคราะห์ไปหลายแท่งก็ว่าได้ ตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดปีอย่างลำบาก

ปรับตัวลงอย่างหนักในช่วงเดือนมกราคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความวิตกกังกลที่เศรษฐกิจจีนจะตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรง (Hard Landing) ทำให้ดัชนี MSCI World ปรับตัวลงถึง -7.15%ภายในระยะเวลาเพียง 50 วัน หลังวันปีใหม่ 2559

แม้กระทั่งนักลงทุนที่ระมัดระวังตัวสูง ความเสี่ยงต่ำ เลือกลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน ก็เผชิญกับความเสี่ยงไม่ต่างกัน จากความวิตกกังกลต่อภาวะฟองสบู่ในตลาดพันธบัตร หลังจากพันธบัตรทั่วโลกถูกไล่ซื้อจากมาตรการอัดฉีด QE มาเป็นระยะเวลานาน ราคาพันธบัตรปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยก็ถูกกดให้ต่ำใกล้ศูนย์ หรือต่ำกว่าศูนย์ในบางประเทศ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฎว่าผลตอบแทนทั้งจากตลาดหุ้นและพันธบัตรในหลายส่วนกลับไม่แย่อย่างที่คาด และสามารถให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว เห็นได้จากตารางอัตราผลตอบแทนรายปีของแต่ละสินทรัพย์ซึ่งมีการเรียงลำดับของผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีจากสูงสุดไปต่ำสุด ซึ่งในปี 2559 ตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่สร้างผลตอบแทนสูงสุดที่ 11.2% ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯให้ผลตอบแทนต่ำสุดที่ 0.6%

 จะเห็นได้ว่าแต่ละปี สินทรพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดล้วนแตกต่างกันออกไป การที่เราจะสามารถเลือกสินทรัพย์ที่เป็น Winner ของปีนั้นๆทำได้ยากมาก ดังนั้นแล้วกลยุทธ์การลงทุนแบบไหนกันที่จะตอบโจทย์ทำให้เงินในกระเป๋าของท่านเติบโตได้อย่างดีที่สุด

จากการการศึกษาพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนส่วนใหญ่ เราสามารถแยกแยะกลยุทธ์และนักลงทุนออกเป็น 3 ประเภทคือ 1) นักไล่ หรือกลุ่มนักลงทุนที่ชอบไล่ซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา 2) นักช้อน หรือนักลงทุนที่ชอบช้อนซื้อหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำสุดในช่วงก่อนหน้า และ        3) นักลงทุนแบบผสม หรือกระจายความเสี่ยง ที่เน้นการลงทุนในหลายๆสินทรัพย์แบบซื้อ และ ถือ  (Buy & Hold) ไม่เปลี่ยนการลงทุนไปมา

เมื่อลองคำนวณหาผลตอบแทนของแต่ละกลยุทธ์ โดยใช้ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงในปี 2549-2559 ตามตารางข้างต้นจะพบว่า นักลงทุนคนที่ 1, 2 และ 3 จะได้ผลตอบแทนรวม -3.3% ต่อปี, 5.6% ต่อปี และ 4.5% ต่อปีตามลำดับ แต่หากพิจารณาผลตอบแทนต่อหนึ่งหน่วยความเสี่ยงของนักลงทุนทั้ง 3 คนจะอยู่ที่ระดับ -0.14, 0.20 และ 0.32 ตามลำดับ แปลว่า กลยุทธ์แบบที่ 3 แม้จะไม่เคยให้ผลตอบแทนเป็นอันดับที่ 1 ในปีใดเลยก็ตาม แต่ผลตอบแทนส่วนใหญ่นั้นมักอยู่ในช่วงกลางตารางของทุกปี ท่านนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ไม่หวือหวา แต่สามารถรักษาความมั่งคั่งของท่านได้ดีในระยะยาวนั่นเองค่ะ