ปี 2559 สิ้นสุดลง สังคมไทยได้เติบใหญ่ไปอีกปี ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติ และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ระหว่างปีที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของคนไทยมากมาย แต่ในที่สุด สังคมไทยก็สามารถฟันฝ่าก้าวพ้นมาได้ และเราเชื่อว่าคนไทยจะร่วมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 ไปอย่างราบรื่น เหมือนที่เผชิญมาในปี 2559 เราหวังว่าคนไทยจะร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ให้สังคมไทยพัฒนาก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคและปัญหาใดๆก็ตาม
ในปี 2559 คนไทยเผชิญกับความผันผวน และความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างมากตลอดทั่งปี ในบางช่วงดูเหมือนว่าภาวะเศรษฐกิจไทยจะให้ความหวังว่าจะเป็นปีที่สดใส แต่ในบางช่วงกลับชะลอลงไปทำให้คนระมัดระวังมากขึ้นถึงความไม่แน่นอน ซึ่งไม่เพียงแต่ความไม่แน่นอนภายในประเทศเท่านั้น สังคมไทยยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนในระดับโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ถือว่าไม่มากนักและชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยมีความยืดหยุ่นต่อความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น
บทเรียนที่เกิดขึ้น เราเชื่อว่าคนในสังคมไทยเริ่มเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าสังคมไทยสมัยใหม่หลีกเลี่ยงไม่แม่นอนยากยิ่งขึ้น และคนในสังคมเริ่มเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆว่าจากนี้ไปความไม่แน่นอน หรือความผันผวนใดๆที่เกิดขึ้นระหว่างปี แท้ที่จริงแล้วเป็นลักษณะของสังคมยุคใหม่ เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมาคนไทยจำนวนมากเคยชินกับความแน่นอนและคาดการณ์สิ่งต่างๆได้ แต่จากนี้ไป เราเชื่อว่าคนในสังคมจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองอย่างสิ้นเชิงต่อสิ่งรอบตัว และยอมรับสภาพถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา
ปัจจัยสำคัญที่เกิดขึ้นในปี 2559 และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงปี 2560 เห็นจะหนีไม่พ้นปัจจัยภายนอก แม้ดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้ที่จริงแล้วส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะกรณีของการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศ หรือกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก อาทิ นโยบายใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ และการออกจากสหภาพยุโรป(อียู)ของอังกฤษ ซึ่งขณะนี้ยังคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นตามมา แต่ก็เพียงการคาดการณ์เท่านั้น
ในปี 2560 สังคมไทยยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ถึงสิ่งที่ตามมา นั่นคือ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกติกาบ้านเมืองครั้งใหญ่ จากการปฎิรูปการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยจะมีการประกาศรัฐธรรมนูญและกติการเมืองมากมายตามมา ซึ่งจะมีผลผูกพันไปอีกหลายปี และตามโรดแมพของคสช.จะส่งผลอะไรต่อการเคลื่อนของผู้คนในสังคมหรือไม่นั้น ยังเป็นคำถาม แต่การเปลี่ยนแปลงจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าคนไทยสามารถปรับตัวและรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างดีเยี่ยม หากพิจารณาจากในอดีตที่คนไทยมักจะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในอดีต เราเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ แต่เราก็สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว และยิ่งสังคมปัจจุบันที่มีการเปิดรับข้อมูลข่าวสารในวงกว้างอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ก็ย่อมเกิดการรับรู้และความเข้าใจต่อสถานการณ์กันมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การหาทางออกต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
ดังนั้นในปี 2560 จะเป็นปีที่สังคมไทยเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งภายนอกและภายใน หากเรามองว่าในปี 2559 เป็นปีแห่งความไม่แน่นอนและมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น แต่ในปี 2560 คนไทยอาจเผชิญปีที่เกิดความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่า เราเชื่อว่าจากบทเรียนในอดีตและความรับรู้ รวมถึงประสบการณ์ของคนไทยต่อวิกฤติต่างๆ จะทำให้คนไทยสามารถหาทางออก และร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าปัญหาทั้งปวงไปได้อีกปี เราเชื่อว่าคนไทยทำได้หากร่วมมือร่วมใจกัน






