มีเรื่องหนึ่งที่อยากแชร์เกี่ยวกับบางสาขาวิชาที่ดูแล้วเหมือนจะไม่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ที่ PISA นำมาวัดและจัดศักยภาพเด็ก
นำมาวัดและจัดศักยภาพเด็กอายุ 15 ปี...นั่นคือวิชาปรัชญา
วิชานี้เหมือนจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสังคมศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อไปศึกษาเนื้อหาของวิชาปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับตรรกะและความเป็นเหตุเป็นผล จะพบว่าสามารถเชื่อมโยงกับความเป็นเหตุเป็นผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้เป็นอย่างดีทั้งนี้เพราะก่อนที่วิทยาการด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เริ่มต้น ปรัชญาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในอดีตนักคณิตศาสตร์อย่าง อะคีมิดิส หรือนักประดิษฐ์อย่าง ดาวินซี ก็เริ่มต้นจากปรัชญาความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลกัน
เมื่อครั้งเรียนหนังสืออยู่ ได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับปรัชญาบ้าง โดยเฉพาะ Philosophy of Social Science และเมื่อเรียนวิชาทางด้านสถิติก็ได้เรียนกับครูที่สอนสถิติ ที่เป็นส่วนหนึ่งของคณิตศาสตร์ทางสังคมวิทยา (Sociometrics) ที่พูดถึงตรรกะของปรัชญาที่นำมาใช้กับสถิติ และที่แปลกใจมากกว่านั้นก็คือสถิติไม่ได้เริ่มมาจากคณิตศาสตร์อย่างที่เข้าใจกัน แต่เริ่มจากปรัชญาทางสังคมศาสตร์ด้านรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง
ครูเคยตั้งคำถามกับพวกเราในชั้นเรียนว่า ระหว่างนักคณิตศาสตร์และนักปรัชญา ถ้าเอามาทดสอบการใช้ตรรกะความเป็นเหตุเป็นผลกัน ใครน่าจะเป็นผู้ให้เหตุผลที่ดีกว่า พวกเราเกือบทั้งหมดเชื่อว่านักคณิตศาสตร์น่าจะให้เหตุผลที่ดีกว่านักปรัชญาเพราะคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เป็นเหตุเป็นผล
ครูเฉลยว่า ผลการทดสอบพบว่านักปรัชญาให้เหตุผลดีกว่านักคณิตศาสตร์
จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า เมื่อมองให้ลึกลงไปจริงๆแล้ว รากเหง้าของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน อย่างมีเหตุผล น่าจะมาจากรากเหง้าเดียวกัน คือปรัชญา
มีใครไม่เห็นด้วยหรือไม่ครับ









