หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน
สถาบันนานาชาติทางการเงิน หรือไอไอเอฟ เผยว่านักลงทุนต่างชาติได้ถอนเงินลงทุน 18,000 ล้านดอลลาร์ ออกจากพอร์ตในตลาดเกิดใหม่ อันสะท้อนว่ากระแสทุนไหลออกมีมากขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งอย่างเหนือความคาดหมาย ขณะที่นับจากต้นเดือนตุลาคม นักลงทุนต่างชาติถอนเงินทุนไปทั้งสิ้น 23,000 ล้านดอลลาร์จากตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการคาดหมายว่าผู้นำคนใหม่ของสหรัฐที่จะเข้ารับตำแหน่งต้นปีหน้า จะเดินหน้าแผนการลดภาษีและทุ่มใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ตามที่ได้หาเสียงเอาไว้
การคาดหมายว่าแนวนโยบายของทรัมป์จะเป็นผลดีสำหรับภาคธุรกิจ ยังหนุนนำตลาดหุ้นนิวยอร์กให้ดัชนีทะยานไปใกล้ที่จะทะลุระดับ 20,000 โดยกระแสคาดการณ์ทั้งหลายมองไปในแง่มุมที่ว่า นโยบายของผู้นำใหม่สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มลงทุน การลดภาษี หรืออื่นๆ จะทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าไปยังประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ไหลไปหาการลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนมากกว่า ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นมากในอัตราที่เร็วและแรงกว่าเดิม รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น
แม้ไอไอเอฟระบุว่ากระแสทุนที่ไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ชะลอตัวลงแล้ว แต่ความไม่แน่นอนในอนาคตยังมีอีกมาก ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก อีกทั้งหากสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งมีการมองว่าอาจเป็นช่วงกลางปีหน้า ก็มีโอกาสมากที่กระแสทุนจะไหลออกในระดับสูงอีกครั้ง โดยหนึ่งในความไม่แน่นอนสำหรับปีหน้า คือการเดาทางได้ยากมากเกี่ยวกับนโยบายของผู้นำใหม่สหรัฐ ซึ่งล่าสุดเพิ่งแต่งตั้งนักเศรษฐศาสตร์ที่มีแนวทางแข็งกร้าวต่อจีน ขึ้นเป็นประธานสภาที่ปรึกษาการค้าประจำทำเนียบขาว การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากช่วงหาเสียงนั้น ว่าที่ผู้นำสหรัฐขู่มาตลอดว่าจะเล่นงานจีนฐานบิดเบือนค่าเงินและอื่นๆ
แม้เงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงบ้างจากระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีสำหรับดัชนีค่าดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก แต่การที่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งจากเดิมคาดว่าจะมีการปรับขึ้นแค่ 2 ครั้งในปีหน้า ทำให้ชัดเจนว่าแนวโน้มสำหรับเงินดอลลาร์คือการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเอเชีย โดยเฉพาะค่าเงินของประเทศที่พึ่งพาการส่งออก ก็เผชิญแรงกดดันจากกระแสวิตกเกี่ยวกับท่าทีของผู้นำใหม่สหรัฐ ซึ่งประกาศจะฉีกข้อตกลงการค้าเสรี อันถูกมองว่าเป็นตัวการทำให้คนอเมริกันตกงาน ทั้งยังขู่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนและเม็กซิโก
การแข็งค่าของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับหลายสกุล รวมถึงเงินบาทของไทย อาจเอื้อต่อไทยในแง่ที่การอ่อนค่าของเงินบาท น่าจะดีสำหรับการส่งออก แต่มีกระแสวิตกว่าอาจเป็นการดีสำหรับการส่งออกไปสหรัฐเท่านั้น เพราะหากเทียบกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง ยังนับว่าแข็งค่าอยู่ จึงอาจไม่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมากนัก ดังนั้น ประเด็นเรื่องค่าเงิน และกระแสทุนไหลออก จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่อง เพราะความไม่แน่นอนและความผันผวนยังมีอยู่มาก อีกทั้งประเด็นนี้ก็เป็นสิ่งที่กระทบและส่งผลพวงถึงหลายประเทศในโลก ไม่เฉพาะกับไทยเท่านั้น






