วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โลกเดินไปข้างหน้า แต่ 'เรา' ยังย่ำอยู่กับที่

เมื่อเร็วๆ นี้ ฟินเทค อินโนเวเตอร์ส บริษัทด้านการลงทุนในฟินเทค ที่เกิดจากความร่วมมือ

ระหว่าง H2 Ventures และ KPMG Fintech เผยรายชื่อบริษัทผู้นำด้านฟินเทคของโลกประจำปี 2559 (Fintech 100) ประกอบด้วยการจัดอันดับบริษัทฟินเทคชั้นนำ 50 อันดับแรกทั่วโลก รวมถึงบริษัทฟินเทคดาวรุ่งที่มีนวัตกรรมไอเดียเปลี่ยนเกมธุรกิจในปัจจุบัน 50 ราย ประเด็นที่น่าสนใจ คือ บริษัทจากจีนยังคงครองตลาด มีรายชื่อบริษัทติด 4 ใน 5 อันดับแรกของบริษัทชั้นนำ การจัดอันดับบริษัทฟินเทคชั้นนำ 50 อันดับแรก มีจำนวนประเทศเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 13 ประเทศมาเป็น 17 ประเทศ หากรวมบริษัทฟินเทคดาวรุ่งแล้วใน 100 อันดับสูงสุด ประกอบด้วยบริษัทที่มาจาก 22 ประเทศ

การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของบริษัทฟินเทครายใหม่ในภาคอุตสาหกรรมย่อย เช่น บริษัทด้าน Regtech หรือ regulatory technology เทคโนโลยีกำกับดูแลควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อความปลอดภัยผู้บริโภคและความมั่นคงของระบบการเงิน เป็นภาคอุตสาหกรรมย่อยหนึ่งของฟินเทคติดอันดับ 9 บริษัทจากรายชื่อ 100 อันดับ ขณะที่ บริษัทที่ให้บริการธุรกิจประกันโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ หรืออินชัวร์เทค ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ติดอันดับถึง 12 บริษัท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อนหน้า

Toby Heap ผู้ก่อตั้ง H2 Ventures บอกว่า รายงาน The Fintech 100 ประจำปี 2559 แสดงถึงการแทรกแซงอย่างรวดเร็วของฟินเทคในอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก ด้วยมูลค่าการระดมทุนที่สูงกว่าการระดมทุนที่ผ่านมาทั่วโลกในธุรกิจสตาร์ทอัพ และธุรกิจเงินร่วมลงทุน ที่กำลังสร้างนวัตกรรมทางการเงินและโซลูชั่นใหม่ๆ 

ด้าน Christopher Saunders กรรมการบริหารด้านธุรกิจทางการเงิน เคพีเอ็มจี ประเทศไทย บอกว่า ประเด็นที่น่าสนใจจากรายงานนี้ คือ บริษัท Fintech disruptor หรือบริษัทที่ต้องการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องการลดความยุ่งยาก และขั้นตอนธุรกรรมทางการเงิน มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ “เปลี่ยน” พฤติกรรมของผู้บริโภค เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ให้เห็นถึงเทคโนโลยีทางการเงินทั่วโลก ที่กำลังปรับรูปแบบของธุรกิจให้ตรงความต้องการผู้บริโภค

หันกลับมามองประเทศไทย ที่รัฐบาลชูนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ชูการสร้างระบบเศรษฐกิจดิจิทัล หรืออะไรอีกมากมายแล้วแต่จะใช้ชื่อเรียก แน่นอนว่าหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนสำคัญ คือ ‘เทคโนโลยี’ ที่จะดันให้เราทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่วันนี้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างความปั่นปวนให้บางอุตสาหกรรม บางธุรกิจบีบให้ต้องปรับตัว 360 องศา การเกิดขึ้นของเหล่าบรรดาสตาร์ทอัพ ที่กลายเป็นหนึ่งในผู้นำไอเดียของเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอดสู่บริการสอดรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

ที่ผ่านมา การขับเคลื่อนจากภาครัฐ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเรื่องในทำนองนี้ ยังดูไม่ค่อยทันใจ ไม่ทันความเปลี่ยนแปลง กระทรวงที่มีส่วนรับผิดชอบเป็นหน้าเป็นตาอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเอง ก็ยังดูไม่เข้าที่เข้าทาง แม้แต่รัฐมนตรีว่าการยังไม่มี กฏหมายต่างๆ ที่จะเป็นตัวช่วยผลักดันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หรือหากเสร็จขึ้นมาก็ยังไม่แน่ว่าจะรับกับเทรนด์เทคโนโลยีได้หรือไม่

นอกจากช้าแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างเข้มข้น คือ เหมาะ ควร รับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกไหม