FB เป็นบริษัทสื่อ...หรือเทค?

สัปดาห์ก่อน มาร์ค ซักเกอร์เบอร์ก ประกาศในที่สาธารณะ
กลางกรุงโรมว่า Facebook ที่เขาก่อตั้งและเป็นผู้บริหารสูงสุดปัจจุบันไม่ได้เป็น “บริษัทสื่อ” แต่เป็น “บริษัทเทค”
ประโยคชัด ๆ ของเขาคือ: “No, we are a tech company, not a media company.”
เท่านั้นแหละ นักวิจารณ์ในวงการสื่อก็ออกมาตะลุมบอนกันยกใหญ่ ส่วนใหญ่บอกว่ามาร์คพูดอย่างนี้เพี้ยนแล้ว เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เฟซบุ๊คก็เป็นบริษัททำสื่ออยู่ดี มิใช่บริษัทเทคโนโลยีอย่างที่กล่าวอ้าง
ชาร์ทที่ผมเอามาแสดงให้ดูมาจากนักวิจารณ์คนหนึ่งที่อ้างตัวเลขรายได้จากโฆษณาที่ FB ได้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แสดงแนวโน้มพุ่งพรวดพราด สะท้อนถึงผลกำไรมหาศาล
นักวิเคราะห์คนนั้นบอกว่า “ถ้าคุณรวบรวมความสนใจของผู้คนมาที่คุณ และคุณขายความสนใจนั้นให้กับผู้ลงโฆษณา นั่นแปลว่าคุณเป็นบริษัทสื่อแล้ว...”
แต่ที่มาร์คพยายามบอกว่า FB ไม่ใช่สื่อนั้นอาจเป็นเพราะเขากลัวว่านักลงทุนในหุ้นของเขาอาจจะกลัวคำว่า “สื่อ” ซึ่งถูกมองว่ากำลังอยู่ในภาวะขาลง การเรียกตัวเองว่าเป็น “บริษัทเทค” ยังมีภาพของธุรกิจขาขึ้นอยู่
นักวิจารณ์เห็นพ้องต้องกันว่าวันนี้ FB ได้กลายเป็น “บริษัทสื่อ” ระดับยักษ์ของโลกไปแล้ว เพราะทั้ง FB และ Google เป็นสองกลุ่มใหญ่ที่ดูดเอางบโฆษณาที่เคยใช้กับทีวี ออนไลน์และมือถือมาอยู่กับสองค่ายนี้อย่างชัดเจน
มาร์คอ้างว่า FB ไม่ได้ผลิตเนื้อหรือ content เพียงแต่สร้าง “เครื่องมือ” เพื่อให้ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเท่านั้น นั่นหมายรวมถึงการ “แชร์” ข่าวสารต่าง ๆ บน FB ด้วย
แต่คนทำสื่อดั้งเดิมโต้ว่าการใช้ไม้วัดว่าใครผลิตเนื้อหาแล้วเป็นบริษัทสื่อนั้นไม่ถูกต้องเสมอไป
เว็บไซท์หลายแห่งไม่ได้ผลิต content เอง แต่ให้คนเข้ามาเขียนบล็อกบ้าง ส่งภาพและเนื้อหาต่าง ๆ ของตัวเองที่เรียกว่า user-generated content (UGC) และสร้างรายได้ด้วยการขายโฆษณา
อย่างนี้ก็เรียกเป็นบริษัทสื่อ ไม่อาจจะเรียกเป็นบริษัทเทคแต่อย่างไร
เฟซบุ๊คก็ทำธุรกิจทำนองเดียวกัน นั่นคือการใช้เนื้อหาจากสมาชิก ซึ่งรวมถึงบริษัทสื่อทั้งหลาย และกระจายเนื้อหาเหล่านั้นไปอย่างกว้างขวาง รายได้มาจากการขายเนื้อที่โฆษณาโดยอาศัยเนื้อหาเหล่านั้น แม้จะไม่ใช่เนื้อหาที่ผลิตเอง แต่ก็เป็นเนื้อหาที่มาจากสื่ออื่นและสมาชิกที่ผลิตเนื้อหาให้
FB จะเรียกตัวเองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นธุรกิจสื่อ
อำนาจต่อรองสำคัญยิ่งของ FB คือการใช้ algorithm บริหารระบบการตัดสินว่าจะให้ข่าวแบบไหน กระจายออกไปถึงสมาชิกกลุ่มไหน มากน้อยและบ่อยเพียงใด
เพราะ FB มีสมาชิกว่า 1.5 พันล้านคนวันนี้ การกำหนดว่าข่าวชิ้นไหน จะได้ออกไปให้คนมากน้อยเพียงใด โดยผ่านโปรแกรมที่เขียนขึ้นเอง เป็นตัวชี้ชะตาว่าสื่อไหนจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวจากการเข้ามาใช้ FB เป็นตัวกลางกระจายเนื้อหาของตน
แปลว่า FB ไม่ใช่เป็นแค่ “บริษัทสื่อ” เท่านั้น แต่ยังเป็น “อภิมหาเจ้าพ่อสื่อ” ที่สามารถชี้เป็นชี้ตาย ถึงความอยู่รอดของบริษัทสื่ออื่น ๆ อีกด้วย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ FB ใช้งบประมาณ 50 ล้านเหรียญ (1,750 ล้านบาท) เพื่อจ้างเจ้าของสื่ออื่น ๆ และคนดังในวงการต่าง ๆ ผลิตวีดีโอเพื่อเอาขึ้น FB อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างสมาชิกเพิ่ม เพื่อหารายได้โฆษณาเพิ่มอีกเช่นกัน
อย่างนี้ยังจะไม่เรียกว่าเป็น “เจ้าพ่อสื่อตัวยง” ได้อย่างไร?
หรือในท้ายที่สุด มาร์คอาจต้องแก้ไขคำพูดของตัวเอง และเรียก FB ว่าเป็นบริษัทสื่อที่มีชื่อว่าเทค (A media company that calls itself a tech company)!







