วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนไทยได้ประโยชน์จริงหรือ

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอ

 ร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จัดตั้งเขตการค้าเสรี ตามรูปแบบเขตการค้าเสรีหลายแห่งทั่วโลก ที่ประสบความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ เช่น เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ของจีน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น และคาดว่าจะเสนอออกมาเป็นกฎหมาย บังคับใช้อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยหวังว่าการออกกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ จะเอื้อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมตามนโยบายประเทศไทย 4.0 

ประเด็นที่น่าพิจารณาสำหรับเงื่อนไขการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งได้มีการเสนอเงื่อนไขต่างๆ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่รัฐบาลต้องการให้เกิดการลงทุนใหม่เกิดขึ้น และจะช่วยยกระดับรายได้ของประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ให้พ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เข้าสู่ประเทศที่มีรายได้ค่อนข้างสูงหรือสูงในอนาคต

ในเบื้องต้น กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดเงื่อนไขจูงใจการลงทุน เพื่อให้เกิดการลงทุนตามเป้าหมาย คือ การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ชาวต่างชาติที่มีความจำเป็นลงเหลือเพียง 15% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ที่เก็บในอัตราต่ำเพียง 17% อีกทั้งแก้ไขกฎหมายผ่อนปรนให้ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติให้ได้รับใบอนุญาตทำงานได้ง่ายขึ้น และมีระยะเวลาอยู่ในประเทศไทยได้นานขึ้นถึง 5 ปี อีกทั้งให้เช่าที่ดินระยะยาว 50 ปี และสามารถขอเพิ่มได้อีก 49 ปี 

หากพิจารณาเงื่อนไขเบื้องต้นในการสนับสนุน การลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด คือชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง จะเห็นว่าค่อนข้างมากกว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยหวังว่าจะเกิดการลงทุนขึ้นจริงตามนโยบายพัฒนาประเทศ ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตจากมาตรการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) แม้ว่ามาตรการสนับสนุนในครั้งนี้ถือว่าเงื่อนไขมากกว่าเดิม แต่รัฐบาลก็มองว่าคุ้มค่าหากมีการลงทุนจริงและทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ให้เขตดังกล่าวเป็นศูนย์กลางลงทุนของอาเซียน

เราเชื่อว่ามาตรการสนับสนุนในครั้งนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ประเด็นที่น่าพิจารณาคือเงื่อนไขดังกล่าว ออกมาในช่วงที่หลายๆประเทศในอาเซียน กำลังก้าวไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ สนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งหมายความว่าทุกประเทศที่ต้องการลงทุนจากต่างชาติ จำเป็นต้องออกมาตรการสนับสนุนแข่งขันกัน เพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศของตัวเอง

มาตรการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ เริ่มเป็นประเด็นที่จับตากันมองอย่างมากในช่วงไม่นานมานี้ โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องการเงินลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งนอกจากจะแข่งขันกันเองในบรรดาประเทศกำลังพัฒนาแล้ว ก็ยังเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์อื่นที่มากกว่าธุรกิจปกติ และมาตรการเอาใจนักลงทุนต่างชาตินี้เอง ได้เพิ่มอำนาจต่อรองของเจ้าของเงินทุน หรืออุตสาหกรรมข้ามชาติมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดประเทศเจ้าบ้านแทบไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก

แน่นอนว่าหากมีการลงทุนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ย่อมเกิดการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ประเด็นที่ต้องหาคำตอบให้ชัดเจนคือ ประเทศและประชาชนคนไทยได้ประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้แค่ไหน ซึ่งขณะนี้ประเด็นผลประโยชน์ของคนท้องถิ่น กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญว่าได้ประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะหากเรามองจากมุมด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่เห็นรายละเอียดที่เป็นเรื่องของชีวิตคน ดังนั้นเราจำเป็นต้องคิดอย่างรอบด้านว่ามาตรการแบบทุ่มสุดตัว คนไทยและประเทศได้ประโยชน์จริงหรือไม่