วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลักดันความร่วมมือสู่รูปธรรม

การประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่ประเทศลาว ถือเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ผู้นำประเทศต่างๆ จะได้มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันในประเด็นต่างๆ อีกทั้งการประชุมหารือยังเป็นเวทีอย่างดี ในการนำเสนอและดำเนินแผนการต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งในส่วนของไทยนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นว่าอาเซียนควรเร่งเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อความเป็นเอกภาพและมั่นคงของประชาชนอาเซียน รวมถึงรักษาสมดุลระหว่างการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนได้รับการดูแลและใช้ประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ในส่วนของการหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนนั้น ไทยมองว่าประเด็นที่ภาคเอกชนจะสามารถมีบทบาทได้มาก คือ ด้านการวิจัยและพัฒนา โดยอาเซียนภายหลังปีค.ศ. 2015 ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย โดยการนำเครื่องมือและวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งไทยเห็นว่าเอกชนสามารถช่วยสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนและการเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกในระดับที่สูงขึ้น

ขณะที่ในการประชุมอาเซียน-จีน ไทยสนับสนุนข้อริเริ่มของจีนในเรื่อง One Belt, One Road หรือเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 และบทบาทของธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือเอไอไอบี ซึ่งไทยร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานในทวีปเอเชีย และหวังว่าข้อริเริ่มของจีนดังกล่าว จะช่วยเกื้อกูลยุทธศาสตร์ของอาเซียน ในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค ภายใต้แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ.2015 เพราะการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ช่วยสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน การบริการ และการรวมตัวกันภายในภูมิภาค

ในการประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีเห็นว่าอาเซียนต้องสนับสนุน การใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการบริการให้ได้มากที่สุด และต้องการให้การเจรจาอาร์เซป หรือความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมในภูมิภาค เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อช่วยกระตุ้นการค้าขายและการลงทุนให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่าอาร์เซปกับทีพีพีควรเกื้อหนุนซึ่งกันและกันและไม่ควรแข่งขันกัน ทั้งนี้ มีข่าวว่าการเจรจาอาร์เซปไม่น่าได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ดังที่หวังไว้ ส่วนทีพีพีนั้น ผู้นำสหรัฐได้สร้างความมั่นใจแก่ผู้นำอาเซียนว่าสภาสหรัฐจะให้สัตยาบันแน่นอน

เวทีการประชุมระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของกลุ่มจี 20 ที่จัดขึ้นก่อนการประชุมอาเซียน หรือการประชุมอาเซียนก็ดี ล้วนเป็นเวทีสำหรับริเริ่มความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงเป็นอีกเวทีหนึ่งที่สามารถส่งเสริมการค้า-การลงทุนระหว่างกัน อันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยามนี้ที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกำลังอ่อนแรง ดังนั้นการผลักดันข้อตกลงและความร่วมมือต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว จึงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายในอันที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงมากขึ้น