วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อำนาจในประเพณี : ประเพณีของอำนาจ

บทความนำในหนังสือพิมพ์ New Republic อาทิตยที่ผ่านมาได้ตั้งคำถามต่อการเกิดการฆาตกรรมผู้ที่เชื่อว่า

เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเทศฟิลิปปินส์มากกว่า๒๐๐๐ คน โดยถามถึงคนในสังคมฟิลิปปินส์ที่มีต่อนโยบายและปฏิบัติการการปรามปราบยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ว่า “Will Anyone Stop Rodrigo Duterte?”

ผมหวนกลับไปนึกถึงนโยบายปราบปรามยาเสพติดของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรที่ทำให้เกิดการ “ ฆ่าตัดตอน” ( ตามคำกล่าวในสมัยนั้น ) มากพอๆกับที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ตอนนี้ ปฏิบัติการทางอำนาจในตอนนั้นๆได้รับการกล่าวขวัญและชื่นชมในช่วงแรก แต่ต่อมาเมื่อคนจำนวนมากขึ้นในสังคมไทยก็เริ่มตั้งคำถามไม่ไว้วางใจว่ากระบวนการนี้จะส่งผลดีตามที่คาดหวังกันหรือไม่ ก็ทำให้การใช้ความรุนแรงลดลง

ดังนั้น หากเรานิยาม “ อำนาจ” อย่างกว้างๆว่าคือ ความสามารถหรือศักยภาพในการที่จะผลักดันผู้คน/สังคมให้กระทำการ/ร่วมกระทำการ/ยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดได้ ก็น่าที่จะลองตอบอธิบายดูว่า การใช้ “อำนาจ” ในสังคมนั้นมีขอบเขตจำกัดบ้างหรือไม่และอย่างไร

“อำนาจ” ไม่อาจจะและไม่สามารถใช้ได้ตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน หากแต่ต้องสัมพันธ์อยู่กับมิติอื่นๆของสังคม แม้ว่า“ อำนาจ”จะมีอิสระในการกำหนด/กำกับ/ผลักดันให้ปฏิบัติตาม แต่ก็ไม่ได้มีอิสระอย่างเต็มที่ ในความสัมพันธ์ที่ก่อรูปมาเป็นรัฐและสังคม จำเป็นที่จะต้องมีพลังอื่นคอยควบคุมไม่ให้อำนาจ “ เหลิง” เกินไป เพราะเมื่อใดที่ “ อำนาจ” เหลิง ก็จะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

ในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้น “อำนาจ” จะผูกอยู่กับ “ ประเพณี ” กรอบของ “ ประเพณี” จะคอยกำกับและทำให้ “ อำนาจ” นั้นมีความชอบธรรม และเมื่อใดที่ “ อำนาจ” เริ่มมีปฏิบัติการนอกกรอบของประเพณี “ อำนาจ” นั้นก็จะลดความชอบธรรมลงทันที

กรอบของ “ ประเพณี” จะทำให้คนในสังคมสามารถที่จะรู้และคาดการณ์ได้ในระดับหนึ่งว่าตนเองจะจัดความสัมพันธ์กับอำนาจและการใช้อำนาจอย่างไร ความแน่นอนในการหมายรู้เช่นนี้ก็ย่อมทำให้ทุกฝ่ายสามารถที่จะประเมินได้ว่าท่ามกลางการใช้ “อำนาจ” ชุดหนึ่ง อะไรจะเกิดขึ้นและอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

แต่ถ้าเมื่อใดการใช้ “ อำนาจ” หลุดออกจากกรอบ “ ประเพณี” ก็จะทำให้ทุกคนในสังคมไม่สามารถที่จะหมายรู้อะไรได้เลย การคาดการณ์อะไรไม่ได้ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น จะส่งผลโดยตรงทำให้เกิดความตึงเครียดทางสังคมสูงทวีมากขึ้นตามลำดับ และเมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้เลย สังคมก็จะเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้ใช้ “ อำนาจ”

ดังนั้น ผู้นำที่ชาญฉลาดจึงจะระมัดระวังในการใช้อำนาจแม้ว่าจะสร้างปฏิบัติการที่แหวกแนวออกไป แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบ“ ประเพณี” ให้ได้

กรอบของ “ ประเพณี”ที่สำคัญของผู้ปกครองในดินแดนแถบนี้ ได้แก่ การยังความสงบสุขให้แก่สังคม กระบวนการฆาตกรรมผู้เกียวข้องกับยาเสพติดของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เริ่มอยู่ภายในกรอบของ “ ประเพณี” นี้ แต่เมื่อปฏิบัติการเดินหน้าไปโดยไม่หยุดยั้ง และทำให้จำนวนและวงของผู้ตายกว้างขวางมากขึ้นมากขึ้น ก็ได้ทำให้เกิดการข้ามเส้นของการสร้างความสงบสุขให้สังคมตามกรอบของ “ประเพณี” ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงภยันอันตรายที่จะเกิดต่อสังคมจาก “ อำนาจ”ที่เหลิงนี้ การต่อต้านจึงเกิดขึ้น

ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คณะสงฆ์คาทอลิกของฟิลิปินส์จะกลายเป็นพลังในการออกมาต่อต้านและยับยั้งกระบวนการฆาตกรรมนี้ เพราะเป็นกลุ่มใหญ่และมีพลังที่สุดที่เป็นผู้กำกับ “ ประเพณี” ในสังคม แม้ว่าในขณะนี้เองจะยังคงไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนและเดินอย่างไรดี ( ขบวนการ people power แต่ละครั้งในฟิลิปปินส์ ต้องวิเคราะห์แยกกัน เพราะความแตกต่างของกลุ่มชนชั้นที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่เหมือนกัน )

สังคมไทยก็จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจ “ อำนาจ” ในประเพณีให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้น เราก็จะงุนงงกันผลสำรวจประชามติที่แสดงว่าผู้คนชื่นชอบการใช้ “อำนาจ” ของตัวแทนของคณะรัฐประหาร รวมไปถึงคะแนนการรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับอภิชนคนดีเป็นใหญ่ ขณะเดียวกัน เราก็คงต้องจับตามองการใช้ “ อำนาจ” ที่หลุดหรือข้ามพ้น “ ประเพณี” ว่ากำลังก่อปัญหาอะไรให้แก่สังคมไทยโดยรวม

“อำนาจ” จึงต้องอยู่ใน “ประเพณี” เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของการทำให้สังคมสงบสุข ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อคนในเครือข่ายอำนาจและคนทุกคนในสังคมจำเป็นที่จะต้องคาดการณ์ได้ในการจัดความสัมพันธ์กับ “ อำนาจ” และที่สำคัญจำเป็นต้องคาดการณ์ได้มากพอสมควรว่าอะไรที่ควรหรือไม่ควรทำ เพื่อให้ตนปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงจากการใช้อำนาจนั้นๆ น้อยที่สุด

หากคนคาดการณ์ไม่ได้ หรือมีความไม่แน่นอนสูง เพราะมีการใช้อำนาจนอกกรอบประเพณีมากเกินไป หรือใช้ความรุนแรงมากขึ้นในยุคที่คนทั้งหลายให้ความสำคัญแก่สันติวิธีและเมตตาธรรม ความไว้วางใจต่ออำนาจและความชอบธรรมของอำนาจก็จะลดลง หรือแม้แต่นำไปสู่การต่อต้านอำนาจดังกล่าวได้ในที่สุด

“อำนาจ” ใน “ ประเพณี” ที่ก่อรูปกันมายาวนานในดินแดนแถบนี้จึงได้สร้าง “ ประเพณีของอำนาจ” จึงเป็นเรื่องที่เราทั้งหมดในสังคมต้องเข้าใจให้ชัดเจน