บรรดานักวิเคราะห์ และหน่วยงาน
ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ต่างประเมินตรงกันว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ การขยายตัวเศรษฐกิจของไทยจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว บางคนกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วตั้งแต่ปีก่อน ในขณะที่ปีนี้เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่อาจผ่านพ้นวิกฤติ ทั้งๆ ที่รัฐบาลและธนาคารกลางประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ออกมาตรการกระตุ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 8 ปีแล้วหลังวิกฤติปี 2551
หากประเมินจากตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ต่างก็เห็นตรงกันว่าการขยายตัวได้หรือไม่ตกต่ำเหมือนประเทศอื่นนั้น ก็เนื่องมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและมาตรการกระตุ้นต่างๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางมาตรการเห็นผล แต่ก็มีบางมาตรการที่ไม่ส่งผลอย่างเต็มที่ตามที่คาดหวังกันไว้ ส่วนอีกปัจจัยที่ช่วยประคับประคอง คือ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้เป็นตัวชดเชยด้านอื่นๆได้เช่นเดียวกัน และยังทำหน้าที่ประคับประคองเศรษฐกิจของไทยต่อไป
ความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุด และอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว เห็นได้ชัดจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งได้เริ่มกลับเข้ามาซื้อหุ้นต่อเนื่องมานับเดือน ทำให้มูลค่าการซื้อหุ้นสุทธิของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาสูงกว่าแสนล้านบาท อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นจากทิศทางค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย ว่ายังมีทิศทางที่ดีและแนวโน้มสดใสในปีหน้าจากมาตรการลงทุนภาครัฐ
เมื่อภาพใหญ่ของประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็มีคำถามว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้น ได้มีการแบ่งปันไปอย่างทั่วถึง หรืออย่างน้อยก็สามารถลงสู่ระดับรากฐานเศรษฐกิจของประเทศได้หรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาจากผลการสำรวจต่างๆที่ออกมา รวมทั้งตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ก็ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ยังไม่ได้ลงสู่ระดับรากฐานของประเทศ ซึ่งมีฐานเศรษฐกิจจากภาคเกษตรและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกมาตั้งแต่ปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มต้นบริหารประเทศ ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศในนโยบายสำคัญ นั่นคือสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับระดับรากฐานของประเทศ โดยหวังว่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศ มีความมั่นคงและแข็งแกร่งเพียงพอในการรองรับวิกฤติที่มาจากภายนอกประเทศ แต่คำถามก็คือที่ผ่านมาการเร่งผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจหลายด้าน ผลที่ได้รับสามารถลงไปลึกถึงระดับล่างได้มากน้อยแค่ไหน
เราเห็นว่าผลสำเร็จของการพัฒนา สามารถวัดได้จากการกระจายผลประโยชน์ สู่ประชาชนในวงกว้างได้แค่ไหน ดังนั้นในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มพลิกฟื้น รัฐบาลอาจต้องหันมาประเมินผลจากนโยบายต่างๆ โดยละเอียดอีกครั้ง หลังจากที่คลายความกังวลในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญในระยะต่อไป เพราะหากผลประโยชน์ที่เกิดจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่กระจายลงสู่ประชาชน ก็เท่ากับว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการกระจุกตัวของรายได้
แน่นอนว่าตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เป็นการวัดสภาพของความกินดีอยู่ดีของประชาชนได้ในระดับภาพรวม แต่หากจะประสบความสำเร็จที่แท้จริงได้ เราต้องกระจายผลประโยชน์ให้มากที่สุด เราหวังว่ารัฐบาลจะลงรายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ในช่วงเศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น เพราะปัญหาระดับภาพรวมของประเทศเริ่มคลี่คลายลง จึงถึงเวลาเริ่มแก้ปัญหาระดับรากฐานที่แท้จริง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศและจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งตามนโยบายที่ประกาศไว้






