วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลิก-ไม่เลิก 'สินบนนำจับ'

การปรับเปลี่ยนนโยบาย แก้ไขปัญหายาเสพติด

ที่ชูธงโดยกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เมื่อไปแตะเรื่อง “สินบนนำจับ” และ “เงินรางวัล” ในคดียาเสพติด

เพราะเงินก้อนนี้เป็นแหล่งรายได้ของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ ป.ป.ส.และตำรวจ

เงินสินบน คือ เงินที่จ่ายให้กับบุคคลที่มาแจ้งความนำจับในคดียาเสพติด

เงินรางวัล คือ เงินที่จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่สืบสวนจับกุมคดียาเสพติด

หลักการเรื่องนี้ดี และสอดรับกับนโยบายปราบปรามยาเสพติดแบบเดิมที่ใช้กันมา 20 ปี เพราะมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายแบบเข้มข้น หากสืบสวน จับกุม ทำสำนวนกันอย่างเต็มกำลัง งานก็ต้องล้นมือมากขึ้น จึงมีเงินรางวัลคอยจูงใจและเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่

ขณะที่ “เงินสินบน” ก็เพื่อจูงใจให้คนแจ้งเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด

แต่ทำไปทำมาก็มี “คนหัวใส” นำเงินตัวนี้มา “หา” และ “จัดสรร” ผลประโยชน์

อยากได้ “เงินสินบน” ก็ตั้งพรรคพวกตัวเองขึ้นมาแจ้งเบาะแส หรือเป็นสายลับ ทั้งๆ ที่กระบวนการจับกุมตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้เครื่องมือเครื่องไม้ของทางราชการ แต่เมื่อจับผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ก็อ้างเป็นผลงานของสายลับ (พวกของตัวเอง) แล้วก็เบิกเงินไปแบ่งกัน

ที่แย่กว่านั้นคือไปบังคับเอาผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อย ที่มีคดีติดตัวมาเป็นสายให้ เมื่อแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมได้ ก็ให้สายเบิก “เงินสินบน” แต่คนที่รับเงินกลับเป็นเจ้าหน้าที่ สายก็ไม่กล้าหือเพราะมีคดีคาอยู่

ส่วนเรื่อง “เงินรางวัล” ก็ตั้งจ่ายกันทั้งคดีเล็กคดีใหญ่ จับยาบ้าไม่ถึง 10 เม็ดก็ได้เงินรางวัลในการทำคดีแล้ว แทนที่จะใช้เงินรางวัลเป็นแรงจูงใจในการขยายผลจากคดีเล็กไปหาตัวการใหญ่ (เพื่อให้ได้เงินรางวัลมากขึ้น) แต่กลับเล่นง่าย จับแต่รายย่อยนี่แหละ แต่ซอยคดีให้เป็นหลายๆ คดี เพื่อให้ได้เงินรางวัลมากๆ แทน

มีงานวิจัยของนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า มีหลายคดีเจ้าหน้าที่ล่อซื้อยาบ้าจากผู้ค้ารายย่อยวันละ 1 เม็ด 10 วันก็ 10 เม็ด แล้วซอยเป็น 10 คดี ถ้าคิดอัตราคดีละ 200 บาท ก็ได้ไป 2,000 บาทแล้ว คนที่ต้องติดคุกตายกลายเป็นคนที่ขายยาบ้าวันละเม็ด ทั้งๆ ที่เจตนาที่แท้จริงอาจเป็นแค่การแบ่งกันเสพ

นี่คือปัญหาการบิดเบือนระเบียบกฎหมาย หากจะแก้ควรแก้ตรงนี้ เพราะหลักการเดิมนั้นดี แต่ที่ไม่ดีคือคนหาผลประโยชน์!