ล้างแค้นอย่างสร้างสรรค์สำหรับตนเอง

ล้างแค้นอย่างสร้างสรรค์สำหรับตนเอง

วงจรของการสร้างความแค้นและการล้างแค้นดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการงาน หนังจีนบอกว่าหนี้แค้นต้องชำระ

ปราชญ์ด้านฟิสิกส์บอกว่า Action เท่ากับ Reaction จึงเป็นธรรมดาที่เราอยากตอบโต้กลับคืนไปบ้าง ซึ่งอธิบายได้ว่าสมองส่วนที่ใช้คิดจะล้างแค้นนั้นเป็นส่วนเดียวกับที่ใช้สร้างความสุขจากการกระทำต่างๆ เช่น ได้กินอาหารอร่อยๆ ได้คุยกับคนรักคนที่ถูกใจ ได้เล่นเกมส์ที่แสนสนุก การคิดจะล้างแค้นจึงเป็นความสุขอย่างหนึ่งของปุถุชนคนทั่วไป แต่อย่าเข้าใจผิดว่าการลงมือล้างแค้นจริงๆ นั้นจะเป็นความสุขด้วย เพราะการลงมือทำกับการคิดจะทำในกรณีนี้ใช้สมองคนละส่วนกัน

งานวิจัยงานหนึ่งพบว่าคนที่เคยสุขตอนคิดจะล้างแค้น แต่เมื่อกระทำกับคนที่มาสร้างความแค้นแล้วจริงๆ กลับพบว่าความสุขที่ได้จากการกระทำกลับไม่เกิดขึ้น กลายเป็นความทุกข์แทนในคนทั่วไป น่าแปลกคือสุขตอนคิดจะล้างแค้น แต่กลับไม่สุขตอนที่ลงมือไปแล้ว ถ้าเราจับหลักการเกี่ยวกับการแก้แค้นนี้มาดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การล้างแค้นสร้างประโยชน์ให้กับเรามากกว่าการให้ความสุขตอนคิด แต่กลับให้ทุกข์ตอนทำ ดังนั้นการล้างแค้นแบบสร้างสรรค์น่าจะเป็นประโยชน์กับเรามากกว่าการล้างแค้นแบบดั่งเดิม

ในระหว่างที่เราสุขกับการคิดล้างแค้นนั้น พละกำลังในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเพิ่มสูงขึ้น ในระหว่างนั้นเรามีสมาธิมุ่งมั่นอยู่กับเรื่องนี้ และพลังส่วนนี้แหละถ้าเรานำไปใช้ในทางที่สร้างสรรค์ เราจะได้ประโยชน์ แต่ที่หลายคนเสียใจหลังจากลงมือล้างแค้นไปแล้ว ก็เพราะใช้พลังนี้ไปสร้างอะไรที่ไม่ดีเกินขอบเขตในการแก้แค้น และเมื่อได้สติกลับคืนมา สิ่งที่ตามมากลับกลายเป็นทุกข์ไปเสียอีก ดังนั้นขอให้ลองเริ่มต้นใช้พลังจากการคิดแก้แค้น แปลงมาเป็นพลังในการทำให้เราทำอะไรสักอย่างหนึ่งได้ดีกว่า คนที่สร้างความแค้นไว้กับเรา

คิดไว้ว่าถ้าเราดีขึ้นในสายตาคนรอบตัวจะสร้างความผิดหวังขนานใหญ่ให้กับคนที่สร้างรอยแค้นนี้ไว้กับเรา อย่าทำตัวให้แย่ลงจากการครุ่นคิดแต่วิธีให้ร้ายกลับคืน จนการงานที่ต้องทำย่ำแย่ลง แต่ให้ครุ่นคิดว่าทำอย่างไรการงานของฉันจะดีเด่นกว่าตัวร้ายคนนั้นให้ได้ เลือกเพิ่มขีดความสามารถอะไรสักอย่างที่คนอื่นเห็นได้ชัด ซึ่งในภาวะปกติ แรงขับเคลื่อนให้ปรับปรุงตัวเราจะน้อยกว่าตอนนี้เยอะ ความแค้นที่คนอื่นก่อไว้กับเราคือเชื้อเพลิงชั้นดีในการขับเคลื่อนการปรับปรุงการงานของเรา ขอจงใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองให้มากที่สุด และนี่คือการล้างแค้นที่สาสมที่สุด เพราะเมื่อล้างแค้นแล้ว เราดีขึ้น เราไม่ได้ย่ำแย่ลงเหมือนดั่งที่ตัวร้ายคิดไว้

ในระหว่างคิดล้างแค้นด้วยการยกขีดความสามารถของเราให้สูงขึ้นนั้น อย่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางแย่ๆ ขอให้ตั้งใจปรับปรุงขีดความสามารถของตัวเองไปพร้อมๆ กับการทำดีกับคนรอบตัวเพิ่มมากขึ้น อย่าร้ายกับคนอื่นจากการที่เราถูกใครสักคนให้ร้ายมา ตอนนี้เรากำลังคิดล้างแค้นเจ้าตัวร้าย ไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปร้ายกับคนอื่นรอบตัว ในทางตรงข้ามให้พยายามทำตัวตามที่เคยทำ แต่เพิ่มการช่วยเหลือเอื้ออาทรกับคนอื่นให้มากขึ้น ระลึกไว้เสมอว่าไม่มีใครสนใจอะไรจริงจังนักว่าใครสร้างความแค้นให้ใคร มีแต่คนสนใจว่าใครทำอะไรแย่ๆ ไว้กับฉัน สิ่งหนึ่งที่ตัวร้ายนักสร้างรอยแค้นอยากเห็นอย่างยิ่งคือเราไปร้ายต่อกับคนอื่น การทำดีมากขึ้นกับคนอื่นจึงเป็นการล้างแค้นอย่างสร้างสรรค์อีกอย่างหนึ่งที่ล้างแค้นแล้วเราดีขึ้น แต่ตัวร้ายสะใจน้อยลง

ถ้าการกระทำของตัวร้ายส่งผลให้หน้าที่การงานของเราเปลี่ยนไป เช่นถูกย้ายไปในตำแหน่งนั่งตบยุง ขอจงอย่ากลัวอย่าเกลียดการเปลี่ยนแปลงจงมั่นใจในฝีมือของตนเองไว้ให้มากกว่าเดิม และระลึกเสมอว่านี่คือแค่ฉากหนึ่งของชีวิตเท่านั้น มีวันแย่บ้างดีบ้าง มุ่งมั่นสร้างฝีมือต่อไปได้เสมอ ทำดีกับคนอื่นมากขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และนี่คือวิธีล้างแค้นที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา