วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจ‘แชร์ลูกโซ่’ไร้พรมแดน

โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุค 4.0 มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์

และนวัตกรรม และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้ามาเป็นภาคบริการมากขึ้น อีกทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมสื่อสารขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้เกิดธุรกิจหลากหลายรวมถึงธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ได้พัฒนาตามเทคโนโลยี โดยใช้เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ยูทูบ เพื่อใช้ในการกระตุ้นจูงใจผู้คนให้เกิดความโลภ และกระตุ้นต่อมความคิดของคนรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานโดยเป็นการลงทุนที่ไม่มากนัก แต่มีรายได้ค่าตอบแทนกลับมาสูงและเร็ว

ในอดีตแชร์ลูกโซ่จะใช้สินค้าเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่ปัจจุบันธุรกิจแชร์ลูกโซ่กลับมีการใช้ธุรกิจบริการโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวมาเป็นตัวละครเดินเรื่อง โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้สมัครผ่านบัตรเครดิตมี 2 แบบ คือ แบบที่ 1. สมัครเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว ซึ่งจะได้รับสิทธิการซื้อแพคเกจท่องเที่ยวในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด โดยจะมีการคืนกำไรกลับมาในรูปแบบของการสะสมแต้ม สามารถนำไปลดราคาแพคเกจได้ ซึ่งการสมัครเพื่อเที่ยวอย่างเดียวจะต้องเสียค่าสมัคร 14,000 บาท และเสียรายเดือน 3,500 บาท ส่วนแบบที่ 2. การสมัครเพื่อทำธุรกิจจะเสียค่าสมัครสมาชิกแรกเข้า 18,500 บาท และรายเดือน 4,000 บาท ถ้าหากหาสมาชิก (ดาวน์ไลน์) ครบ 4 คน จะได้ละเว้นค่ารายเดือนตลอดชีพ

ธุรกิจอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า Dream Trips ที่อ้างเป็นธุรกิจขายตรงเครือข่ายหลายชั้น (Multi Level Marketing หรือ MLM) เปิดกล่องขายฝันชูท่องเที่ยวราคาถูกเป็นหลัก โดยต้องมีการจองล่วงหน้า 2-3 เดือน และจ่ายเงินทั้งหมดในวันจองทันที ซึ่งการรับประกันราคาถูกก็ทำได้เพียงแค่ภายใน 7 วันหลังจากจองไปแล้วเท่านั้น หากเลยเวลานี้ไปแล้วสามารถหาราคาได้ถูกกว่าก็ไม่สามารถยกเลิกหรือเคลมเงินคืนได้ และมีค่าสมัครแรกเข้ารายเดือน หากไม่ต้องการที่จะเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน จะต้องหาสมาชิกอย่างน้อย 4 คน ถ้าเป็นสมาชิกแล้วไม่สามารถหาคนมาเพิ่มอีก 4 คน จะต้องจ่ายรายปีเพิ่ม 6,000 บาท โดยจะต้องลงสมัครเป็นสมาชิกผ่านเว็บไซต์ซึ่งเป็นของบริษัทในต่างประเทศ โดยจะมีรายได้ผลตอบแทนกลับมาภายใน 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน อย่างน้อย 3% ไปถึง 12% ในแต่ละขั้น ซึ่งจุดที่ควรตั้งข้อสังเกตว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่มีดังนี้

1. การให้ผลตอบแทน ควรตั้งข้อสงสัยเป็นข้อแรกถึงผลตอบแทนที่สูงภายใน 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน เช่น ให้ผลตอบแทน 3-12% ต่อเดือน ซึ่งผิดวิสัยของการลงทุนโดยทั่วไป โดยตั้งข้อคำถามว่าลงทุนได้กลับมาเร็วขนาดนี้? เพียงแค่ชักชวนคนมาสมัครเป็นสมาชิกหรือหาสมาชิกมาต่อเป็นเครือข่ายก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง โดยไม่ได้คิดจะสมัครเพื่อใช้บริการในการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อหาสมาชิกได้ครบตามที่กำหนดก็ถือว่าเราคุ้มทุนแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหาย ซึ่งก็ไม่มีคำตอบ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่จะมีระยะเวลาในการฟักตัว เมื่อไม่มีสมาชิกใหม่หรือไม่มีรายได้อื่นเข้ามาเจือจุน บริษัทก็จะไม่สามารถจ่ายเงินผลตอบแทนกลับให้สมาชิกได้ ก็จะปิดบริษัทแล้วหนีไป

2.ไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายในประเทศอย่างถูกต้อง ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่าธุรกิจนำเงินไปลงทุนทำอะไร ไม่มีข้อมูลงบการเงินแสดงถึงผลประกอบการที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ในอดีตบริษัทจะต้องมีตัวตึกให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ปัจจุบันใช้วิธีบอกว่าบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ใช้วิธีการสร้างทีมจากสมาชิก เช่าโรงแรมฝึกอบรม ดูเหมือนการระดมเงินทุน โดยไม่ได้บอกว่า บริษัทจะนำเงินไปลงทุนทำอะไร แล้วบริษัทมีรายได้มาจากไหน? คำตอบจากคนชักชวนมักบอกว่าได้มาจากส่วนต่างในการขายทริป ค่าสมาชิกทั้งแรกเข้า รายเดือน และรายปี โดยทางบริษัทจะนำเงินเหล่านี้ไปหมุนซื้อห้องพัก ทัวร์ในปริมาณที่มากเพื่อให้ได้ในราคาถูกต่ำกว่าท้องตลาดแก่สมาชิก

3.เน้นหาสมาชิกเพิ่ม โดยชักชวนให้เห็นถึงประโยชน์และสิ่งที่เป็นจริงจากการทำรายได้จำนวนมาก แต่ก็ไม่เคยชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิกที่เน้นไปเที่ยวอย่างเดียวเลย อ้างว่าไม่มีเวลาไปเที่ยว หาเงินก่อนเมื่อมีเงินท่องเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถทำร่วมกับงานประจำได้ และต้องสร้างทีมของเราเหมือนสร้างบริษัทของตนเอง แล้วเงินจะหมุนกลับเข้ามาตามระบบ

ในยุคนี้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่มีการเปลี่ยนรูปแบบที่ซับซ้อนผ่านโซเซียลมีเดียเชิญชวนคนทั่วไปให้หลงเชื่อ ซึ่งเป็นความยากลำบากในการดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่ก่อตั้งและผู้ชักชวนได้ในทันที ที่ผ่านมาต้องมีผู้เสียหายร้องเรียนให้ดำเนินคดี แม้จะมีผู้แจ้งความแล้วก็ตาม การที่จะเอาความผิดได้นั้น ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานซึ่งต้องใช้เวลายาวนานกว่าคดีจะถึงที่สุด

ข้อเตือนใจก็คือ อย่าหลงเชื่อจากการชักชวนให้นำเงินมาลงทุนเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการใดๆ ที่ให้ผลตอบแทนในระยะเวลาอันสั้น แต่ผู้ที่เข้าร่วมลงทุนในช่วงหลังๆ จะเป็นผู้ได้รับความเสียหายที่ยากต่อการเยียวยา .

 ------------------------

ดร.สิทธิชัย ฝรั่งทอง

มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี