Blockchain ระบบการเงินในยุค FinTech

Blockchain ระบบการเงินในยุค FinTech

Blockchain คือนวัตกรรมทางการเงินที่จะเข้ามาปฏิวัติระบบเงินตราของโลก ที่ท่านผู้ประกอบการควรรู้จัก

Blockchain เป็นนวัตกรรมทางการเงินแบบใหม่ที่สร้างขึ้นมา เป็นระบบโครงข่ายในการบันทึกบัญชีธุรกรรม Online มีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ที่สามารถเก็บสถิติการทำธุรกรรมทางการเงินและสินทรัพย์อื่นๆ โดยไม่มีตัวกลาง คือ สถาบันการเงิน หรือ สำนักหักบัญชี อย่างที่เคยเป็นมา ทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมถูกลง

ระบบการเงินในอดีต ธนาคารมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางในการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่เรียกว่า Centralized Network เมื่อเราฝากเงินกับธนาคาร จะต้องโอนเงินและรับเงินผ่านธนาคาร ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการใช้เงินสดลดน้อยลง ทำให้การทำธุรกรรมโอนเงินและรับเงินมากยิ่งขึ้น ความเสี่ยงจากการเจาะข้อมูลก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงได้มีการค้นคิดคำว่า Blockchain ขึ้นมา ในปี 1990 ระบบ Internet อยู่ในช่วงเริ่มต้น และต่อมาได้กลายเป็นระบบที่เปลี่ยนโลกBlockchain ซึ่งกำลังเริ่มต้นในขณะนี้ ก็จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโลกเช่นกัน

สกุลเงินดิจิตอล (Crypto currency) ที่มีบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับ Blockchain ที่ควรรู้จัก คือ Bitcoin ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2008 เป็นสกุลเงินที่ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ถูกมาก เช่น การทำธุรกรรมซื้อขายผ่านบัตรเครดิต มีต้นทุน 2-4 % ขณะที่ Bitcoin มีต้นทุนการทำธุรกรรมโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 1% ซึ่งถูกกว่ากันหลายเท่า Bitcoin เป็นค่าเงินดิจิตอลที่มีจำนวนจำกัด คือ 21 ล้าน Unit Bitcoin การเกิดขึ้นของค่าเงินนี้ จะถูกทำผ่านขั้นตอนต่างๆ ในระบบ โดยไม่สามารถรู้ตัวตนของเจ้าของเงินหรือแก้ค่าของเงินได้ Bitcoin จะมีรหัสที่สร้างขึ้นมาแล้วทำการสื่อสารกับ Blockchain เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องที่แน่นอน ก่อนที่จะมีการทำธุรกรรมขึ้นจริง

Blockchain จะเป็นระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมต่างๆ ของ Bitcoin และจะพัฒนาไปสู่ธุรกรรมออนไลน์ทั่วไป ธุรกรรมหลักทรัพย์ในการซื้อขายหุ้น พันธบัตร และสกุลเงินตราต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารอีกต่อไป ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมเหล่านี้ถูกลงมาก และยังอาจนำไปใช้ในงานอื่นๆ เช่น การให้ยืม Cloud Storage ระหว่างกัน รวมถึงระบบ Lending และอื่นๆ อีกมากมาย ในต่างประเทศสถาบันการเงินต่างๆ เริ่มมีการลงทุนในการทำ Blockchain มากขึ้น เช่น Citibank, ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ล่าสุด VISA ก็ได้เข้าลงทุนใน Blockchain ชั้นนำ อย่าง Chain com ไปเรียบร้อยแล้ว การเปลี่ยนแปลงในโลก ยุค Digital นั้น รวดเร็วมาก ถ้าไม่ติดตามศึกษาอย่างใกล้ชิด เราจะไม่สามารถอยู่ในโลกของการแข่งขันได้ ซึ่งบทเรียนที่ KODAK เคยประสบมาแล้วเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ

ช่วงที่รอคอยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาถึง การศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ท่านผู้ประกอบต้องขวนขวายต่อไป

คำว่า Bitcoin และ Blockchain จะมีการพูดถึงมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับคำว่า Internet เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอนครับ