รัฐเร่งเครื่องฟื้นศก. หลังประชามติผ่าน

รัฐเร่งเครื่องฟื้นศก. หลังประชามติผ่าน

ดูเหมือนว่ากระแสตอบรับ ผลการลงประชามติ

         รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ออกมาในทิศทาง เป็นบวก โดยเฉพาะในแวดวงตลาดเงิน ตลาดทุน เห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นไปกว่า 23 จุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิถึง 6.8 พันล้านบาท ในวันแรกหลังประชามติ

        จากความเห็นของผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงนักธุรกิจหลายราย จับใจความได้ว่า ผลการลงประชามติ มีส่วนช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้การเมืองของไทย มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น และนำไปสู่การเลือกตั้ง

          แน่นอนว่า ความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จากกระแสเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น และการลงทุนของภาคเอกชนที่น่าจะมีมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐ ก็เตรียมพร้อมในการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ไว้แล้ว

งานนี้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”  รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมร่วมกับ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทีมผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งมาตรการช่วยเหลือกลุ่มที่ยังมีปัญหา กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

ประกอบด้วย การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1 พันบาท วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ที่ยังค้างอยู่, การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบแบบเป็นแพ็คเกจ ซึ่งรัฐบาลจะใช้มาตรา 44 เข้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง ดึงเจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาเป็นผู้ประกอบการ พิโค่ไฟแนนซ์ พร้อมให้ออมสิน และ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ให้กับผู้ที่ต้องการสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินรวมกัน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มลูกหนี้กลับไปกู้หนี้นอกระบบอีก เป็นต้น

นอกจากมาตรการช่วยเหลือเป็นรายกลุ่มแล้ว เรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งเครื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ คือ การผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้ออกมาโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการร่วมลงทุนของภาครัฐและเอกชน หรือโครงการพีพีพีพี รวมถึงการตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เพื่อระดมเงินทุนจากภาคเอกชนไปใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ซึ่งรองนายกฯสมคิดพูดชัดว่า กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จะออกมาได้ในช่วงปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ปีนี้

       ต้องรอติดตามดูว่า การเร่งเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลหลังจากนี้ บวกกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางการเมืองในประเทศ จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้อย่างไร

 .............................

วรินทร์ ตริโน