วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก้าวให้พ้นเรื่องรัฐธรรมนูญ

ผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง

ประเด็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เลือกนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการกฎกติกาทางการเมือง ที่ถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเช่นนั้น แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายด้านในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตย แต่ประเด็นเรื่องความเป็นประชาธิปไตยนั้นยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่มาก เพราะทุกวันนี้ยังไม่อาจกล่าวได้ว่าระบบประชาธิปไตยที่ดีที่สุดนั้นเป็นอย่างไร อีกทั้งระบอบประชาธิปไตยในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก จึงเป็นเรื่องตัดสินได้ยากว่าแบบไหนดีที่สุด เพราะทุกประเทศล้วนมีปัญหาอย่างหนึ่งอย่างใดเสมอ

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปตรวจสอบความพยายาม ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่กล่าวไว้หลายครั้งว่าอาจจำเป็นต้องใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบ“ไทยๆ” เพื่อแก้ปัญหาการเมืองที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญที่พล.อ.ประยุทธ์ประกาศรับร่าง ตั้งแต่ก่อนวันโหวตลงคะแนนเสียง ก็ชี้ให้เห็นว่ามีความพึงพอใจต่อร่างดังกล่าว และผลโหวตที่ออกมาก็ยังย้ำให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องการกฎกติกาเช่นนั้น เพราะอาจเห็นว่าการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กว่านั้นไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศหลายด้าน

หากพิจารณาจากคำถามพ่วงในการโหวตครั้งนี้ ย่อมเห็นภาพที่ปรากฏชัดว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆนั้นเป็นอย่างไร กล่าวคือ เป็นรัฐธรรมนูญที่มีการคานอำนาจการเมือง ของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน จากเดิมที่การเลือกนายกรัฐมนตรีจะมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โหวตโดยตรง หรือที่เรียกว่าประชาธิปไตยแบบตัวแทน แต่คำถามก็คือทำไมประชาชนจึงโหวตสนับสนุนสิ่งที่เป็นข้อขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย ซึ่งหมายความว่ายอมให้มีการเลือกผู้นำประเทศจากผู้ที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้ง และนับว่าเป็น“ปมใหญ่”ที่ต้องตอบ หากใครกำลังถามหาประชาธิปไตยตามกฎกติกาสากล

ดังนั้น ประเด็นนับจากนี้ไป เราอาจเห็นทางเลือกไม่มากนักสำหรับระบอบประชาธิปไตยไทย โดยทางเลือกแรก หากเราไม่พอใจกติกาจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็อาจจะเกิดการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากขยายวงกว้างออกไปก็จะซ้ำรอยกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เพียงแต่ว่าในครั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลประชามติรองรับและทำให้การต่อต้านใดๆอาจได้รับการสนับสนุนน้อยลง ขณะที่ทางเลือกที่สอง เราจำเป็นต้องอยู่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งจะประกาศใช้ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งคำถามที่เกิดขึ้นต่อมาคือเราจะอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร และจะมองประเด็นต่างๆจากนี้ต่อไปอย่างไร

เราเห็นว่าหากยังมีการโต้แย้งกันในประเด็นอะไรคือประชาธิปไตย หรือไม่เป็นประชาธิปไตยเหมือนที่ผ่านมา เราเชื่อว่าจะทำให้สังคมไทยไม่มีทางออก เพราะดูจากผลประชามติแล้วก็จะเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการชี้ผิดหรือถูกในประเด็นนี้ แต่หากเราเริ่มต้นจากกฎกติการัฐธรรมนูญและมองให้พ้นจากเรื่องการเมืองขนานแท้ ที่แบ่งฝักฝ่ายเหมือนปัจจุบัน แต่หันไปดูเรื่องกฎกติกาต่างๆ ที่จะใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของคนไทยทั้งประเทศ เราอาจจะพบทางออกร่วมกันว่าเราควรจะมีกฏกติกาในประเด็นต่างๆเหล่านี้อย่างไร ซึ่งหากเรามาถกเถียงในเรื่องที่เป็นรูปธรรมและเป็นเรื่องความเดือดร้อนจริงๆ ของประชาชน เราก็อาจจะเห็นตรงกันในวิธีแก้ปัญหา และนั่นอาจจะทำให้เกิดความสมานฉันท์เกิดขึ้นได้ในสังคมไทย