อย่าเอา “ประชาชน” เป็นตัวประกัน

อย่าเอา “ประชาชน” เป็นตัวประกัน

ยิ่งใกล้วันทำประชามติกลเม็ดเด็ดพรายของฝ่ายมุ่งทำลายความชอบธรรมของการลงประชามติได้งัดเอามาใช้

อะไรก็ ไม่น่ารังเกียจเท่ากับเอาประชาชนเป็นตัวประกัน เพราะไม่ว่าจะการออกแถลงการณ์ การให้สัมภาษณ์ชี้แจงต่อสื่อ ถ้อยคำหรือวาทะสำคัญที่ได้ยินกันอย่างคุ้นชิน ได้แก่ ความไม่ยึดโยงกับประชาชน” “สิทธิอำนาจของประชาชนหายไปประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้มากมาย

เรียกได้ว่า อะไรที่ขัดหรือแย้งกับความต้องการหรือเนื้อหาที่ทำให้ตนได้รับผลกระทบ ต่างกริ่งเกรงไม่กล้าพูดโดยใช้ตัวเองเป็นผู้แสดงความเห็นแต่พอใจที่จะอ้างประชาชนคนทั่วไปในการสร้าง “ความเชื่อที่ผิดๆ” ถ้าผิดน้อยก็อาจเรียกว่า “ความไม่รู้” ถ้าผิดมากทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดก็ยังตะแบงหรือผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ในทางที่ทำได้แม้กระทั่งเอาคนที่คล้อยตามไปติดคุกติดตารางมาก็มาก

ประเด็นบิดเบือนเวลานี้รุนแรงมาก ขนาดที่มีการนำไปขยายผลถึงสามจังหวัดภาคใต้ ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปเสียงและข้อความออกไปในหมู่ชาวมุสลิมในพื้นที่ดังกล่าวแต่ก็มาถึงมือผมด้วย ซึ่งได้แจ้งให้ฝ่ายความมั่นคงรับรู้เรื่องดังกล่าวแล้ว นับว่าทำเข้าข่ายปลุกระดมสร้างความเสียหายให้กับร่างรัฐธรรมนูญในแง่สาระสำคัญที่เป็นเท็จและบิดเบือน เฉพาะอย่างยิ่งนำประเด็นทางศาสนามาสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน ผมเชื่อว่าอีกไม่นานนอกเหนือจากรายชื่อบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว น่าจะมีรายใหญ่ๆ โผล่หน้ามาให้เห็นกันอีก

ดังได้เรียกให้ทราบแล้วว่าคนเหล่านี้กระทำการอย่างเป็นขบวนการ อาศัยทั้งความน่าเชื่อถือของตัวเองในฐานะบุคคลมีชื่อเสียง หรือนำเอาความเป็นนักวิชาการบ้างหรือสถานะอื่นใดที่ทำให้สังคมเกิดความหลงผิดหรือเชื่อถือได้ มาบิดเบือนให้ความเท็จต่อคนที่อาจเชื่อถือหรือคล้อยตามคนเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นอันตรายร้ายแรงเนื่องจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญไม่มีสิ่งใดที่เป็นเรื่องของการสร้างปัญหาให้สังคมส่วนรวม มีแต่เรื่องที่เราเห็นว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนการยึดอำนาจของ คสช ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

ความน่าสะพรึงกลัวของการมุ่งร้ายต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คืบหน้าไปกระทั่งเรื่องไม่เป็นเรื่อง เหมือนอย่างกรณีที่ผู้เขียนได้เดินทางไปบรรยายให้ความรู้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเกิดกรณีกล่าวหาว่ามีคนมาฟังหรือให้ความสนใจไม่ถึงสิบคน แล้วมีการนำภาพถ่ายตั้งแต่ยังไม่เริ่มการบรรยาย เรียกว่าแอร์เปิดยังไม่เย็นทั่วห้องแล้วนำมาเผยแพร่ว่ามีแต่เก้าอี้ว่างๆ ช่างเป็นกลวิธีการสร้างข่าวบั่นทอนความน่าเชื่อถืออย่างน่าละอายเอามากๆ

เราเชื่อว่ายิ่งใกล้ถึงวันทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม น่าจะมีรูปแบบวิธีการที่แยบยลหรือการสร้างข่าวเท็จต่างๆ มาทำลาย กรธ กันอีกหลายเรื่อง ซึ่งยืนยันกับประชาชนได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญนี้ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านต่างใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประโยชน์กับสังคมไทยมากที่สุด ไม่มีอคติไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีใบสั่งใดๆ มีคนตั้งคำถามกับผมว่าหากไม่มีเวลาอ่านหรือยังไม่มีรัฐธรรมนูญอยู่ในมือควรตัดสินใจในการลงประชามติอย่างไร

ผมได้บอกอย่างชัดเจนไปว่า ถ้าถึงขั้นยังไม่เห็นรัฐธรรมนูญหรือยังไม่มีเวลาได้อ่านเลย ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ผมได้แต่ยืนยันกับท่านทั้งหลายด้วยเกียรติยศที่สั่งสมมานับสิบปี กล้าเอามาบอกกล่าวให้ทราบกันว่าหากไม่มีเวลาอ่าน แต่เชื่อผม ท่านก็คิดเองได้ หรือหากไม่เชื่อถือในตัวผมท่านก็ตัดสินใจได้เช่นกัน คงไม่มีอะไรจะมาสำทับรับรองหรือให้คำยืนยันใดๆ ได้ดีกว่าสิ่งที่กล่าวมานี้

วันที่ 7 สิงหาคม เป็นวันที่อนาคตของประเทศและสังคมไทยจะเดินหน้าไปอย่างไรอยู่ในมือของประชาชนทุกหมู่เหล่า และโปรดอย่าไปเชื่อผู้อื่นโดยเฉพาะผู้เสียประโยชน์ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เมื่อไม่พอใจในเนื้อหาหรือมาตรการต่างๆ ในรัฐธรรมนูญก็มักจะกล่าวอ้างประชาชน หรือหาทางบิดเบือนไปในเรื่องอื่นๆ เวลานี้ในมาตรา 144 เรื่องเกี่ยวกับอำนาจของ ส.ส.จะเสียสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วน ”สิทธิ” ตามมาตรา 25 เป็นการย้ำเน้นว่าสิทธิขั้นพิ้นฐานของประชาชนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนพึงมีพึงได้ แต่ก็ยังมีคนพูดความเท็จว่าอะไรที่ไม่เขียนไว้ประชาชนจะถูกลิดรอนสิทธิเหล่านั้น

จึงขอให้ทุกท่านทำหน้าที่พลเมืองดีต่อสังคมส่วนร่วมในวันที่ 7 สิงหาคมอย่างรู้เท่าทันคนที่จ้องทำลายกระบวนการประชาธิปไตยที่เรารักและหวงแหน