ใครที่เป็นผู้บริหารในวันนี้ ต้องพูดถึงเรื่อง Big Data แต่หลายคนแค่พูดถึงเพียงอย่างเดียว แค่พอให้ดูเป็นคน
ร่วมสมัยหลายคนกระตือรือร้นกับ Big Data โดยที่พฤติกรรมการบริหารยังไม่เป็น Big Data ยังบริหารกันแบบ No Data คือว่าตามใจฉันเป็นสำคัญ แต่ก็ขยันกล่าวถึง Big Data อยู่เป็นประจำ จนถึงวันนี้ที่อาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีผู้บริหารคนใดในโลกนี้ที่ไม่รู้จักคำว่า Big Data แต่วันนี้ Big Data ยังมีคนแปลตรงๆ ว่าข้อมูลใหญ่คือ Big Data มีฮาร์ดดิสก์ใหญ่คือมี Big Data แล้ว
ในทำนองเดียวกับที่เกิดขึ้นกับวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ในชื่อแปลกๆ อีกหลายอย่างที่ผู้บริหารชอบกล่าวถึง โดยไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามวัฒนธรรมการทำงานนั้นแต่ประการใด แท้จริงแล้ววันนี้อาจกล่าวได้ว่า Big Data เป็นวัฒนธรรมการบริโภคข้อมูลสาระอีกแบบหนึ่ง คือ วันนี้เรามีการบริโภคข้อมูลสาระในปริมาณมากมายกว่าแต่ก่อนมาก วันนี้เพียงวันเดียวอาจมีข้อมูลสาระที่เราต้องรับรู้ หรือได้ทราบมากกว่าที่เคยต้องรู้หรือได้รับทราบทั้งปีในสมัยก่อน การบริโภคตามวัฒนธรรมนี้
เราต้องมีทักษะเพียงพอในการจัดลำดับความสำคัญว่าข้อมูลสาระใดในบรรดาที่มีอยู่อย่างมหาศาลนั้น ข้อมูลสาระใดมีประโยชน์กับหน้าที่การงาน และชีวิตในมิติอื่นของเรา ไม่มีใครสามารถรับรู้ข้อมูลสาระทุกอย่างที่สามารถรับทราบได้ในวันนี้ ถ้าจะอยู่กับ Big Data ต้องรู้จักเลือกเฉพาะในสิ่งที่เติมเต็มประโยชน์ในกับชีวิตเรา ไม่มีประโยชน์ใดที่จะเสียเวลา หรือเสียสติไปวิวาทกับใคร เพื่อใครสักคนหนึ่งที่ทั้งชีวิตยังไม่เคยเจอตัวจริงเลย เสียเวลาเสียสติจากการไปร่วมเวทีถกเถียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งในเครือข่ายสังคม หรือเว็บบอร์ด
Big Data ไม่ใช่แค่มีข้อมูลเยอะ แต่ยังรวมไปถึงรูปแบบการบริโภคข้อมูลสาระที่ต้องการให้ข้อมูลสาระนั้นมาถึงอย่างรวดเร็ว ใช้ไลน์ใช้เฟซบุคช้านิดช้าหน่อยก็ไม่พอใจเสียแล้ว และจากการที่ต้องการให้ข้อมูลสาระมาถึงได้อย่างรวดเร็วนี้เองที่ทำให้เราได้ข้อมูลสาระนั้นในหลากหลายรูปแบบ เป็นตัวหนังสือบ้าง เป็นตัวเลขบ้าง เป็นภาพบ้าง เป็นเสียงบ้าง ซึ่งตัวเราเองต้องมาประมวลดูว่าเราได้สาระอะไรจากข้อมูลที่มาในหลากหลายรูปแบบนั้น
วันนี้เราสรุปสาระใดๆ จากแค่ตัวหนังสือ และตัวเลขไม่ได้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ภายใต้วัฒนธรรมการบริโภคแบบ Big Data สาระมาจากการพิจารณาวิเคราะห์สังเคราะห์หลากหลายมิติ ตัวหนังสืออาจไม่ให้สาระอะไรกับเรา แต่ภาพและเสียงอาจให้สาระที่เราต้องการได้ ถ้าจะบริโภคกันแบบBig Dataต้องมองข้อมูลแบบพาโนรามาเป็น คือเห็นความจริงจากภาพกว้างๆ ได้เสมอ
ประเด็นที่สำคัญยิ่งของการบริโภคแบบ Big Data คือข้อมูลสาระมากมายมหาศาลที่พรั่งพรูมาอย่างรวดเร็วในหลากหลายรูปแบบนั้น ไม่มีใครมาคอยกลั่นกรองรับรองคุณภาพให้ และถึงจะมีใครก็ตามที่คิดจะมากลั่นกรองให้มีแต่ข้อมูลสาระที่เป็นจริงที่เป็นประโยชน์เท่านั้นที่จะอยู่ใน Big Data ได้ ใครคนนั้นถ้าไม่เสียสติก็ต้องเป็นคนที่โกหกเอาใจเจ้านายที่ไม่ชอบใจข้อมูลไร้สาระ คนที่บริโภคข้อมูลสาระตามวัฒนธรรม Big Data นั้นเราเชื่อกันว่าเป็นคนที่ดูแลตนเองได้ในด้านการรู้เท่าทันคนอื่น
เราเชื่อกันว่าจะบริโภคแบบ Big Data ได้ต้องรู้ตัวว่าจะเสียรู้กับข้อมูลสาระที่ได้รับรู้รับทราบมาหรือไม่ เราไม่สามารถกีดกันไม่ให้มีเชื้อโรคในโลกนี้ฉันใด เราก็ไม่สามารถกีดกันข้อมูลสาระที่ผิดๆ ถูกๆ ให้หมดไปจากโลกนี้ได้เช่นกัน หนทางเดียวที่ทำได้คือส่งเสริมให้ผู้คนที่ต้องการบริโภคข้อมูลสาระแบบ Big Data มีความเท่าทันสารพัดเรื่องไร้สาระเหล่านั้นได้ อย่าพยายามทำให้โลกนี้เป็นโลกไร้เชื้อโรค แต่ให้พยายามทำให้คนในโลกนี้แข็งแรงมีภูมิต้านทางโรคได้จะดีกว่า
การบริโภคข้อมูลสาระตามแบบ Big Data นั้นต้องตระหนักไว้เสมอว่า ที่เรากำลังรับรู้ข้อมูลสาระอยู่ในขณะนี้นั้น เรากำลังกระทำเพื่อค้นหาความจริงอะไร หากไม่ตระหนักไว้อย่าหนักแน่นในตอนเริ่มต้น การค้นหาจะไม่มีวันสิ้นสุด เพราะค้นไปก็เจอเรื่องใหม่ที่เบี่ยงเบนความสนใจไปจากเป้าหมายดั้งเดิม จนหลงไปกับเรื่องใหม่เรื่องแล้วเรื่องเล่า








