พลันที่ความเคลื่อนไหว เพื่อเปลี่ยนผ่าน
จากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือไอซีที ไปสู่โครงสร้างใหม่ และต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)” หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. 2559 รองรับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน สอดรับกับแผนงานรัฐบาล ที่มุ่งการบริหารงานเศรษฐกิจดิจิทัล ก็..ปรากฏปัญหาต่างๆ ผุดขึ้นมากมาย
โดยเฉพาะการ “ยุบ” บางหน่วยงาน อย่าง “ซิป้า” ซึ่งเป็นองค์กรที่ไร้หัว (ผู้บริหาร) มาอย่างยาวนาน มีเพียงรักษาการแทนเท่านั้น
ขณะที่ สำนักงานใหม่ที่จะเพิ่มเติมขึ้นภายใต้โครงสร้างกระทรวงใหม่ คือ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นส่วนราชการระดับกรมในสังกัดของกระทรวงใหม่ มีเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าส่วนราชการรองรับนโยบายการทำงาน จากคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นอกจากนี้ จะมีสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นหน่วยงานรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการต่างๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมทั้งในรูปแบบให้ความรู้ หาบุคลากร ตลอดจนเงินทุนในการส่งเสริม เพื่อให้โครงการต่างๆ ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังต้องจัดตั้งกองใหม่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการทำงานของสำนักใหม่ที่เกิดขึ้น เช่น กองนโยบายและแผน อยู่ภายใต้สังกัด สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ดูเหมือนว่า “ซิป้า” อาจไม่ได้ไปต่ออย่างแน่แท้ แต่จะว่าไปที่ผ่านมาบทบาทของซิป้าก็ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวมาช้านาน โดยเฉพาะการดำเนินงานตามพันธกิจ ( MISSION ) ที่ระบุไว้ ทั้งเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ ส่งเสริมให้เกิดการวิจัยด้านผลิตภัณฑ์หรือบริการซอฟต์แวร์ และผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ในผลิตภัณฑ์และบริการซอฟต์แวร์ที่คิดค้นโดยผู้ประกอบการไทย และให้บริการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ
พันธกิจเหล่านี้ เราแทบไม่เห็นอะไรที่เป็น “รูปธรรม” ออกมาจากหน่วยงานนี้เลย ไม่รู้ว่าซิป้าได้ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศได้อย่างไรบ้าง สร้างโอกาสหรือพัฒนาศักยภาพให้สอดรับกับโลกของซอฟต์แวร์ยุคใหม่ได้อย่างไร เรามองไม่เห็นตรงนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
ไม่เพียงแค่หน่วยงานอย่างซิป้า ที่จะถูกปรับเปลี่ยน ปัญหาโครงสร้างในกระทรวงไอซีทีที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมานาน ก็ยังรอการสะสางอีกมาก ดังนั้นการจะเปลี่ยนผ่านไปสู่กระทรวงระดับเกรดเอ...จึงไม่ใช่เรื่องง่าย สำคัญที่ความตั้งใจเปลี่ยนแปลงที่ดำริออกมาจากภาครัฐ การตื่นตัวของบุคลากร ที่ต้องให้สมกับเป็นกระทรวงที่ล้ำยุคจริงๆ
การเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ โครงสร้างการทำงานใหม่ พร้อมมีดัชนีชี้วัดการทำงานของบุคลากร เป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้นและปฏิบัติอย่างจริงจัง อันที่จริงควรทำตั้งนานแล้ว ได้แต่หวังว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งล่าสุดนี้ จะได้นำข้อบกพร่องในอดีต มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไอซีทีไทยมีโอกาส “ผงาด” ทัดเทียมนานาอารยประเทศ หรือเอาแค่สู้กับเพื่อนบ้านรอบๆ ตัวเราได้บ้าง..ก็พอแล้ว






