วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก้าวต่อไปของโลจิสติกส์อินเดีย

เศรษฐกิจอินเดียมีการขยายตัวอย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ขนาดเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นอันดับ 7

 ของโลก มูลค่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ (Nominal, Est. 2016 และเป็นอันดับ 3 มูลค่า 8.8 ล้านล้านดอลลาร์ (PPP, Est. 2016)

ในด้านโลจิสติกส์ได้มีการปรับตัวอย่างมากเพื่อรองรับกับขนาดเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันมีการขยายตัวช้ากว่าไม่เพียงพอต่อสภาพเศรษฐกิจของอินเดีย โดยรัฐบาลอินเดียมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่างๆ โดยเริ่มจากการกำหนดให้เมืองที่มีศักยภาพ 100 เมืองที่เป็นเมืองต้นแบบของการพัฒนาประเทศ และจะเร่งก่อสร้างโครงสร้างที่จำเป็นให้เพียงพอในเมือง ส่วนพื้นที่ที่อยู่นอกเขตเมืองมีการคมนาคมขนส่งที่ยากลำบากจะดำเนินการต่อไปในอนาคต

สำหรับการเดินทางของประชากรส่วนใหญ่ในอินเดีย นิยมใช้รถไฟภายในเมืองและระหว่างเมือง ซึ่งมีความสะดวก และราคาถูก อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเร่งด่วน รถไฟก็ไม่สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมากได้ ผู้โดยสารรถไฟมีจำนวนมากกว่าพื้นที่โดยสารภายในรถไฟจึงปรากฏเป็นภาพที่มีผู้โดยสารบนหลังคาและห้อยโหนออกนอกรถไฟ ในทำนองเดียวกันในด้านการขนส่งสินค้าโดยรถไฟก็มีความสะดวกเช่นกัน ส่วนปัญหาจะเป็นเช่นเดียวกับการขนส่งผู้โดยสาร คือจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟและเส้นทางถนนจะเข้าไปไม่ถึงเมืองรอง/เมืองเล็ก ซึ่งสวนทางกับการพัฒนาด้านการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตมีการพัฒนาเร็วมาก ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า จึงทำให้ผู้บริโภคในเมืองรอง/เมืองเล็กมีความต้องการสินค้าและบริการเช่นเดียวกันแต่ไม่สามารถจัดส่งได้ตามเวลาหรือไม่อาจจัดส่งสินค้าและบริการดังกล่าวได้ ดังนั้น ในอนาคตของการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก คือ ต่อไปจะมีการจัดส่งสินค้าไปได้ไกลขึ้น และกว้างขวางขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเมืองรองเมืองขนาดเล็ก จะมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมให้โลจิสติกส์โดยเฉพาะด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งอินเดียมีความชำนาญด้านนี้

พื้นฐานด้านเทคโนโลยีและไอทีทำให้เกิดผู้ประกอบการที่เรียกว่า Start Up SME จำนวนมากตามไปด้วย และรัฐบาลอินเดียได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินและนโยบาย กฎ ระเบียบ ที่เอื้อต่อการก่อตั้งธุรกิจ ธุรกิจ Start Up ที่เติบโตในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เช่น E Commerce: Snapdeal, Flipkart, Askmebazar การจองตั๋วเครื่องบินและการบริการด้านการท่องเที่ยว เช่น Cleartrip, Make my trip การบริการแท็กซี เช่น Ola, Uber,Tab cab และอื่นๆ สินค้าและบริการเหล่านี้เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่นำเอาเทคโนโลยีและไอทีเข้ามาใช้ได้อย่างเหมาะสม

ดังตัวอย่างของการใช้บริการแท็กซี่ในเมืองต่างๆ ไม่เพียงพอ SME ที่มีความสามารถได้เชื่อมต่อโดยการนำรถยนต์ขนาดต่างๆ ของเจ้าของรถยนต์ที่ยังว่างอยู่เข้ามาเป็นเครือข่ายและใช้ Application ในโทรศัพท์เชื่อมโยงกับ GPS ของโทรศัพท์ของเจ้าของรถยนต์ เมื่อผู้โดยสารต้องการเรียกบริการแท็กซีเพียงแต่เข้าไปใน Application ของบริษัทผู้ให้บริการจะสามารถเรียกรถมาใช้ได้ โดยใน Applicationนี้จะเห็นภาพรถแท็กซีที่อยู่ใกล้ ๆ นั้น ซึ่งเจ้าของรถยนต์ดังกล่าวจะต้องติดตั้ง Application ของผู้ให้บริการในการคำนวณค่าโดยสารไว้ด้วย ป้องกันการเรียกเกินราคา เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาสินค้าหลายอย่างส่งผลกับโลจิสติกส์เช่นเดียวกัน สินค้าที่เน่าเสียง่ายมีความจำเป็นต้องมีนวัตกรรมด้าน Packaging และต้องมีรถตู้เย็นขนส่งสินค้าเหล่านี้ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอต่อการประเมินความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค ห้างร้านที่ขายสินค้า (Offline) ก็มีการใช้โลจิสติกส์เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งต่อไปการเข้าให้ถึงลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด (OMNI channel) ของการทำธุรกิจขายปลีก การเลือกจัดส่งสินค้าต่าง ๆ อยู่ที่ผู้บริโภค ดังนั้นผู้ให้บริการ/ผู้ขายจำเป็นต้องใช้โลจิสติกส์ให้ถึงลูกค้าและพอใจ

โลจิสติกส์ในอินเดียยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังมิได้มีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ให้บริการครอบคลุมแบบทั่วทั้งอินเดียในราคาต้นทุนที่ถูกได้ ดังนั้น ยุทธศาสตร์การเข้าร่วมทุนระหว่างผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่การขยายด้านโลจิสติกส์มากขึ้น บริษัทโลจิสติกส์ 9 อันดับแรกที่ดำเนินการในอินเดียคือ

· DHL, TNT, AFL บริษัทข้ามชาติ

· Blue Dart บริษัทลูกของ DHL

· Gati เป็นบริษัทอินเดียร่วมทุนกับบริษัท Kintetsu World Express for its Express Distribution and Supply Chain Business ของญี่ปุ่น

· DTDC เป็นบริษัทอินเดียให้บริการการขนส่งราคาถูกกว่าคู่แข่งและเข้าไปร่วมทุนกับประเทศอื่นในตะวันออกกลางและยุโรป

· Ashok Leyland เป็นบริษัทอินเดีย มีการร่วมทุนกับ Ashley Transportation Service

· First Flight และ Agarwal Packers and Mover เป็นบริษัทอินเดียที่ให้บริการทั้งในและระหว่างประเทศ

นโยบายภาครัฐมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตและพัฒนาโลจิสติกส์ด้วย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และไอที มีผลต่อการพัฒนาทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ กลางและเล็ก รวมทั้งได้กำหนด นโยบาย Make in India เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาในอินเดีย โดยเป็นการให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษสำหรับการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม และพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรม อินเดียยังมีความขาดแคลนอยู่มาก ไม่มีน้ำสะอาด และไม่เพียงพอ ขาดแคลนไฟฟ้า และสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ดังนั้น การเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอินเดีย

การกำหนดสิทธิประโยชน์ให้กับนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในอินเดียจะมีความแตกต่างกันในแต่ละรัฐ ขึ้นอยู่กับความต้องการของรัฐนั้น ซึ่งเป็นการแข่งขันกันของผู้บริหารในแต่ละรัฐที่ให้เกิดการลงทุนในรัฐที่บริหารอยู่ ซึ่งแต่ละรัฐจะมีการยกเว้นภาษีอากรแสตมป์ของที่ดิน การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก การยกเว้นภาษีค่าไฟฟ้า

อุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ Make in India 25 ประเภท คือ ยานยนต์ ส่วนประกอบยานยนต์ การบิน ไบโอเทคโนโลยี เคมีภัณฑ์ การก่อสร้าง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เครื่องจักรไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปอาหารเครื่องหนัง สื่อและอุตสาหกรรมบันเทิง เหมืองแร่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ยา ท่าเรือและการขนส่ง การรถไฟ พลังงานทดแทน ถนน อวกาศ สิ่งทอ พลังงานความร้อน การท่องเที่ยว และการดูแลสุขภาพ

ก้าวต่อไปของโลจิสติกส์อินเดีย จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ จะเป็นส่วนเสริมในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลอินเดียกำหนดนโยบายส่งเสริมด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และไม่กำหนดมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน

 ----------------------

สุวิมล ติลกเรืองชัย

ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ