วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เมืองเอโดะ’ เริ่มต้นระหว่างปัสสาวะ

หน้าร้อนของเทนโชปีที่ 18 (ค.ศ.1590) โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้ขึ้นไปถึงยอดของภูเขาอิชิงากิในโซชู

และกำลังยืนปัสสาวะอยู่ พลางมองไปที่เมืองโอดาวาระที่อยู่เบื้องล่าง พลันก็กล่าวอย่างอารมณ์ดีต่อโทกุงาวา อิเอยาสุ ไดเมียว ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อไม่นับรวมตัวฮิเคโยชิเองว่า “ดูนั่นสิ” “เมืองนั้นคงจะแตกในไม่ช้า ตั้งแต่อิเสะ ชินคุโร (โฮโย โซอุน) มหากาฬแห่งสงครามกลางเมืองเป็นต้นมา ตระกูลโฮโจที่นับได้ห้าชั่วอายุคนหนึ่งร้อยปีนั้น น่าเสียดายที่จะต้องมาพ่ายแพ้ต่อทัพของเรา ช่างวิเศษ วิเศษจริงๆ”

อิเอยาสุที่ยืนปัสสาวะอยู่ด้วยข้างๆ ก็พูดว่า “วิเศษ วิเศษจริงๆ”

“ถ้าเช่นนั้นท่านอิเอยาสุก็ยุติศึกคราวนี้โดยเร็วปะไร จะยกเมืองทั้งแปดของคันโตอันเป็นอาณาจักรเดิมของโฮโจให้หมดเลย ซางามิ มุซาชิ โคสึเกะ ชิโมะสึเกะ คาสึสะ ชิโมะอุสะ อาวะ ฮิตาจิ ที่จริงแล้ว รวมๆ กันก็ไม่น้อยกว่า 26 ล้านเกวียนข้าวเปลือกเชียวนา เป็นที่ดินที่กว้างใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้เลยละ จะไม่รับไว้หรือไร”

“ขอรับไว้ด้วยความสำนึกในพระเดชพระคุณตามแต่จะกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้”

เรื่องที่อิเอยาสุตอบรับโดยพลันกลายเป็นสิ่งที่เด็กๆ ในย่านคันโตนิยมเอามาหยอกล้อกันในภายหลัง เรียกว่า “ปัสสาวะคู่กันที่คันโต”

แน่นอนว่า ที่มาของใจความข้างต้นเป็นเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นโดยผู้ที่เล่าเรื่องต่อๆ กันมา ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่ฮิเดโยชิกล่าวต่ออิเอยาสุว่า “ให้รับคันโต 8 เมือง” ในระหว่างการรบโจมตีเมืองโอดาวาระเป็นเรื่องจริงและทำให้อิเอยาสุถึงกับอึ้งไปเลย แม้แต่บุคคลอย่างอิเอยาสุก็ไม่อาจโต้ตอบได้ทันทีเหมือนกัน

เมื่ออิเอยาสุกลับไปถึงเมืองซุมปุของตัวเอง ก็ปรึกษากับขุนนางบริวาร ซึ่งต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องปฏิเสธอย่างเด็ดขาด” และคัดค้านอย่างรุนแรง

บางคนเอามือตบพื้นไม้กระดานทั้งๆ ที่นั่งขัดสมาธิอยู่ พูดว่า “ถ้ามันแค่รับมาเฉยๆ ก็พอว่าได้ แต่ถ้าจะให้แลกเปลี่ยนกับอาณาเขตที่ครอบครองอยู่อย่าง ซูรูงะ โทโอโทมิ มิคาวะ ไค และ ชินาโนะ ทั้งหมดละก้อ ไม่อาจล่วงรู้เหมือนกันว่าท่านคัมปะขุ (ผู้สนองพระบรมราชโองการแต่มีอำนาจสูงสุด) คิดอะไรในใจกันแน่”

บางคนก็ว่า “ถ้าดูอย่างเป็นทางการ เหมือนกับว่าเป็นการตอบแทนในความดีความชอบในการตีเมืองโอคาวาระ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จุดมุ่งหมายก็คือการยึดเอาอาณาเขตของท่านไป มันเป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ มันเป็นเล่ห์เพทุบายอันลึกล้ำที่จะฉกฉวยเอาซามูไรและราษฎรที่สวามิภักดิ์จากก้นบึ้งแห่งหัวใจมาแต่บรรพบุรุษจากท่านไป เพื่อทำให้กำลังอันยิ่งใหญ่ของท่านอ่อนแอลงไป อีกนัยหนึ่ง ท่านคัมปะขุ ช่างเหลี่ยมจัดเป็นวานรอันแสนเจ้าเล่ห์เสียเหลือเกิน” พร้อมกันนั้นน้ำตาก็ไกลพรากด้วยความอัดอั้นตันใจเหลือคณา

เมื่อได้สดับทางสองรูหูอย่างเต็มที่แล้ว อิเอยาสุก็เปิดปากว่า “หยุด! หยุด!” แต่กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ข้าพเจ้าคิดว่าจะตอบสนองต่อการแลกบ้านเมืองกัน”

“ท่าน” ขุนนางบริวารทั้งปวงต่างตกตะลึงกันไปทั่ว แต่อิเอยาสุกลับหัวร่ออย่างชอบใจ ดั่งว่าได้ชม “เคียวเงน” อันแสนสนุกอะไรสักอย่าง พร้อมกับกล่าวว่า “มันเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกเหนือจากเป็นความปรารถนาของท่านคัมปะขุ เมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ตามมาจึงน่ากลัว นอกจากนั้นแล้ว คันโตเป็นดินแดนที่ช่างมีความหวังจริงๆ”

“เป็นไปไม่ได้” ขุนนางอีกคนหนึ่งยืนยัน

“ตามความเป็นจริงแล้ว คันโต 8 เมืองมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่จริงๆ โอกาสที่จะเพิ่มจำนวนเกวียนข้าวเปลือกก็มีสูง นอกจากนี้แล้วในความเป็นจริง ซาโตมิแห่งอาวะ ซาโนะแห่งโคสุเกะ อุทสึโนะมิยาแห่งชิโมะสึเกะ สาทาเกะแห่งฮิตาจิ ล้วนแต่ยังไม่ได้สวามิภักดิ์ต่อท่านผู้ครองใต้ฟ้านี้”

“แต่ที่จะเข้ามาอยู่ในมือท่านโดยทันที มีไม่เกิน 4 เมืองที่เหลือ”

“ด้วยเหตุที่เมืองทั้งสี่ที่จะเข้ามาอยู่ในมือได้สวามิภักดิ์ต่อตระกูลโฮโจมายาวนานแล้ว เมื่อเราเข้าไปชักธง “โทกุงาวา” ที่ไหน กลุ่มต่อต้านก็อาจรุกฮือขึ้นโดยที่ประชาชีใต้ฟ้าไม่บอกพวกเราแม้แต่คำเดียว การบริหารเมืองบริวารก็จะลำบากยากยิ่ง”

ในเวลาอย่างนั้น อิเอยาสุช่างเป็นลูกผู้ชายที่มีเสน่ห์เสียเหลือเกิน หลังจากที่ได้กล่าวความในใจขอบคุณในความสำเร็จและความซื่อสัตย์ของขุนนางบริวารแล้ว กล่าวว่า “เข้าใจถึงความห่วงใจของท่านทั้งหลาย”

“จะไม่มาร่วมเหนื่อยยากลำบากกันกับปณิธานนี่หรือไร อีกนัยหนึ่งก็คือ คันโตนั้นมีอนาคต ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องลำบากใจ”

ใครๆ ย่อมมีความเชื่อมั่นเช่นนั้น อิเอยาสุตอนนี้มีอายุ 49 ปี ตามปกติแล้ว วัยนี้เป็นเวลาที่จะต้องทบทวนอนาคตที่จะมาถึงตลอดจนชีวิตที่ผ่านไป คำนวณในสิ่งที่ต้องคำนวณ และจะต้องตั้งใจเตรียมการก่อนที่จะลาโลกไป เพื่อประโยชน์แห่งลูกๆ หลานๆ สิ่งที่เรียกว่าอนาคตนั้นไม่มีอะไรเกินไปกว่าคำแก้ตัวของคนรุ่นหลังที่ต้องการหลีกหนีความเป็นจริงเท่านั้น

“ตระกูลโทกุงาวาจะจบลงด้วยเรื่องนี้หรือไร”

ในที่สุด อิเอยาสุ ก็ผ่านความตั้งใจของตนไปได้

 ---------------------------------

‘เอโดะ’ เมืองแลกเปลี่ยน

ย้อนกลับมาที่แนวรบอิชิงากิยามา ต่อหน้าฮิเดโยชิ

“เรื่องที่แลกเปลี่ยนเมืองกัน ขอขอบใจที่รับไป”

“เป็นความจริงหรือไร”

“คิดว่าเป็นความจริงขอรับ อิเอยาสุคนนี้รู้สึกซาบซึ้งจากเบื้องลึกของหัวใจในพระคุณของท่านคัมปะขุที่ได้ให้โอกาสพันปีสักหนเช่นนี้”

ฮิเดโยชิ อายุ 55 ปี ลุกขึ้นมากระทืบเท้าบนพื้นไม้กระดานจนเริ่มต้นเต้นระบำโคะโอโดริขึ้นมาจริงๆ การได้ไล่ส่งก้างขวางคอให้พ้นๆ ไปยังที่เปลี่ยวและห่างไกลอย่างนั้น ช่างเป็นเรื่องน่าดีใจอะไรเช่นนั้น

“ถ้าตกลงกันอย่างนั้น ท่านโทกุงาวานะ ก็รีบไปเลยสิ นะ นะ ในเดือนนี้เลย”

“ก็คิดว่าเช่นนั้นเหมือนกัน”

“แล้วที่จะลงหลักปักฐานเป็นที่ไหนกันน้า” ซึ่งเป็นการถามว่าจะเข้าไปที่เมืองไหนก่อน อิเอยาสุกล่าวว่า “เออ... เรื่องนั้น....”

“เอาสุรามา สุรา สุรา”

ฮิเดโยชิ กำลังอารมณ์ดี หลังจากสั่งผู้ใกล้ชิดแล้ว ก็เริ่มพูดเองเออเองคนเดียว

“ถ้าพูดถึงศูนย์กลางของคันโตละก้อ ต้องเป็นโอดาวาระ ความใหญ่ของเมือง ความใหญ่ของถนน ความใกล้กับเมืองหลวง ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็คงมีที่นั่นเท่านั้นแหละ หรือไม่ คามาคุระก็ไม่เลว สมัยก่อนเคยเป็นที่ตั้งของโชกุน แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นที่ๆ ไม่มีกำแพงเมือง สำหรับตระกูลโทกุงาวาที่สืบเชื้อสายมาจากเงนยิในสมัยเฮอิอันแล้ว คงเป็นที่ๆ เหมาะสมที่สุด เรื่องกำแพงเมืองไว้สร้างทีหลังก็ได้”

แต่ว่า ชื่อสถานที่ๆ ออกจากปากของ อิเอยาสุ กลายเป็น

 “เอโดะ”

“หา?”

“อาณาบริเวณของบุชูจิโยดะ คิดว่าจะอยู่อาศัยในเมืองเอโดะ”

ฮิเดโยชิหยุดเต้นโคะโอโคริในทันใด ดวงตาเบิ่งด้วยความตกตะลึงงงงัน

“หา?”

ผู้ที่อยู่รอบๆ ก็ตกตะลึงงงงันเช่นเดียวกัน

ที่จริงแล้ว เมืองนี้ก็มีอยู่จริงๆ เมื่อกว่าร้อยปีก่อน โอโอตะโดคัน หัวหน้าผู้ดูแลตระกูล โอโองิงะยัทสึ อุเอะสุงิที่ยังคงปักเหลักอยู่ที่นั่น ดูเหมือนว่าจะเรียกกันว่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในย่านคันโตอะไรสักอย่าง แต่เดี๋ยวนี้เป็นสาขาของเมืองโอดาวาระ เป็นเพียงแค่ที่ทำการเมืองในชนบทห่างไกลเท่านั้น

ฮิเดโยชิทำหน้างุนงง พร้อมกับกล่าวว่า “อา... ถ้านั่นเป็นความตั้งใจของท่านโทกุงาวาละก้อ...” แต่ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะคัดค้าน

 

หมายเหตุที่มา: แปลจาก คะโดอิ โยชิโนบุ, อิเอยาสุ-เอโดะโอ๊ะทาเทรุ, พิมพ์ครั้งที่ 5 โตเกียว: โชเดนเชียะ 2016, หน้า 8-13.