ป้ายเตือน “ชาวสังคมก้มหน้า” กลางถนนกรุงโซล
ของ เป็นข่าวคราวไปทั่วโลก เพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้คนเดินชนกันเอง หรือปะทะกับรถราที่วิ่งผ่านไปมานั้น เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อีกหน่อยในเมืองไทย ก็อาจจะมีคนเรียกร้องให้ขึ้นป้ายเตือน “อย่าก้มหน้า โปรดระวังอุบัติเหตุจากการจ้องจอมือถือ!”
เพราะปรากฏการณ์อย่างนี้ในเมืองไทย ก็กำลังระบาดหนักหน่วงไม่แพ้ที่ไหนในโลก
ที่กรุงโชล ทางการที่นั่นเพิ่งจะติดตั้งป้ายเตือนภัยอย่างนี้ 300 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้ “มนุษย์ก้มหน้า” เล่นกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แม้ขณะเดินอยู่กลางถนนจนไม่มองซ้ายมองขวา ไม่มองบนมองล่าง เสี่ยงกับการเดินชนกับคนอื่นหรือไม่ก็กลายเป็นภัยให้กับตนเองและคนอื่น
ศัพท์ใหม่ที่นั่นเรียก “smartphone zombies” อันหมายถึง “มนุษย์ผีดิบมือถือ”
บางเมืองในยุโรปป้องกันปัญหานี้ด้วยการสร้าง “ช่องเดินพิเศษ” สำหรับคนเล่นมือถือเพื่อการสัญจรที่ปลอดภัย
มีช่องสำหรับจักรยาน, สำหรับผู้พิการ, และบัดนี้ต้องมีช่องพิเศษสำหรับ “ผีดิบมือถือ” ที่เดินก้มหน้า ไม่ดูตาม้าตาเรืออีกต่อไป
ที่เกาหลีใต้เขาต้องมีการรณรงค์อย่างนี้ เพราะสถิติเมื่อปี 2009 มีกรณีการเดินชนคนชนรถของ “ผีดิบมือถือ” ประมาณ 437 คดี
แต่ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในปี 2014 เป็น 1,000 คดี
คนเกาหลีใต้มีอัตราประชากร ที่เป็นเจ้าของมือถือสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และความหมกมุ่นกับมือถือ ได้กลายเป็นปัญหาสังคมในหลายมิติ ที่เห็นชัดที่สุดคือความถี่ของอุบัติเหตุ ที่เกี่ยวกับมือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
แต่การติดป้ายเตือนอย่างนี้จะมีผลได้อย่างไร หากทุกคนเดินก้มหน้ามองดูจอมือถือของตนเอง ไม่เงยหน้ามามองอะไรทั้งสิ้น?
ทางแก้ทางหนึ่งคือ การติดป้ายนั้นในระดับสายตาทั้งสองข้างทางเพื่อให้ผู้คนเหลือบมามองบ้าง
แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ เพราะยิ่งวันคนยิ่ง “ก้มหน้าก้มตา” เล่นมือถือของตนเองเท่านั้น
หรือเพียงแค่ป้ายไม่พอ จะต้องมีเสียงเตือนดังก้องกังวานกลางสี่แยกถนนหนทางต่าง ๆ ทำนองว่า “โปรดเงยหน้า... ท่านกำลังจะเดินชนรถสิบล้อข้างหน้า!”
แต่แม้จะใช้เสียงเตือนก็อาจไม่ได้ผล เพราะบางคนใส่หูฟังเพลงหรือรายการต่าง ๆ ในมือถือพร้อมกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย
นั่นหมายความว่านอกจากก้มหน้าไม่มองอะไรนอกจากจอมือถือแล้ว หูก็ยังไม่รับฟังอะไรที่ไม่ได้มาจากโทรศัพท์มือถือของตัวเองอีกด้วย
ผมเห็นการ์ตูนตลกร้ายเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เสนอว่า ต่อไปนี้อาจจะมีคนเสนอบริการ ช่วยจูงผู้คนที่ก้มหน้าข้ามถนน ขณะสายตาเพ่งอยู่กับมือถือเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในที่สาธารณะ
นี่อาจไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป เพราะสังคมไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤตในกรณีนี้ไม่แพ้ผู้คนในประเทศอื่น ๆ เช่นกัน
โรค “สังคมก้มหน้า” กำลังระบาดไปถึงในบ้าน, ห้องนอน, ห้องประชุม, โต๊ะกินข้าว, และทุกแห่งหนจนกระทบความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ที่รุนแรงกว่าที่จะประเมินได้
แม้นักจิตวิทยาที่เก่งที่สุดก็ยังวิเคราะห์ไม่ออก เพราะท่านเองก็ก้มหน้าก้มตาเช็ค Line จากเพื่อน ๆ อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่เงยหน้ามาพูดคุยกับเราด้วยซ้ำไป!








