Brexit: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

Brexit: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการลงประชามติของชาวอังกฤษว่าจะออกจากยูโร (Brexit) หรือไม่นั้น

ลองมาตรวจสอบเหตุผลที่ผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านที่ใช้ในการหาเสียงในครั้งนี้ บรรดาเหล่า Brexiter ที่นำโดยหัวหอกอย่างอดีตนายกเทศมนตรีของกรุงลอนดอน นายบอริส จอห์นสัน และนายไมเคิล โกฟ เลขาธิการสำนักงานยุติธรรม ได้นำประเด็นต่อไปใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อชาวอังกฤษ มีดังนี้

หนึ่ง Brexit สามารถควบคุมการหลั่งไหลของผู้อพยพเข้าประเทศได้ สัปดาห์ที่แล้ว นายโกฟเขียนไว้ในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ Sunday Times ว่าการที่ยูโรจะรับประเทศใหม่ๆ อย่างมาร์ซีโดเนีย มอนเตเนโกร เซอร์เบีย และอัลเบเนีย เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ ยิ่งจะทำให้อังกฤษต้องรับภาระผู้อพยพมากยิ่งขึ้น

สอง Brexit จะทำให้อังกฤษยิ่งใหญ่อีกครั้ง ทั้งนี้ นายจอห์นสันได้อ้างว่าการค้าของอังกฤษกับประเทศนอกยูโรโซนจะสามารถทำได้ดีขึ้นด้วยข้อจำกัดทางการค้าที่ลดลง โดยย้ำว่าอังกฤษจะค้าขายกับจีนและอินเดียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต สาม ก้าวข้ามระบบราชการของยูโร ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบทางธุรกิจหรือการค้า เพื่อทำให้อังกฤษเป็นประเทศซึ่งผู้ประกอบการทั่วโลกสามารถมาทำธุรกิจได้ง่าย

สี่ พวกผู้ดีเก่าจะได้ไม่อาศัยความสัมพันธ์ที่ผ่านมากับยุโรปในการหาประโยชน์ให้ตัวเอง และท้ายสุด จะทำให้ราคาสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรรมลดลงจากการหลุดออกจากกรอบกฎเกณฑ์ของทางยูโร

ส่วนทางด้านกลุ่มที่เชียร์ให้อังกฤษอยู่ในยูโรโซนต่อก็ตอกกลับด้วยเหตุผลดังนี้ หนึ่งกรอบการค้ากับยุโรปเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของอังกฤษเป็นอย่างมาก โดยเกือบร้อยละ 50 ของการส่งออกของอังกฤษส่งไปที่ประเทศยูโร ส่วนอังกฤษนำเข้าของจากยูโรไม่ถึงร้อยละ 10

สอง Brexit เหมือนระเบิดลงเกาะอังกฤษจากความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ยังไม่มีใครตอบได้เต็มปากว่าอะไรจะเกิดขึ้น

สาม ภาคพื้นยูโรโซนจะมีความปลอดภัยลดลงในมุมการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากอำนาจทางทหารของยูโรที่ปราศจากอังกฤษจะลดลงเป็นอย่างมาก จนรัสเซียภายใต้การนำของนายวลาดิเมียร์ ปูติน จะเข้ามารุกรานได้ง่ายขึ้น สี่ การเดินทางไปไหนมาไหนในยุโรปจะสะดวกถ้ายังเลือกจะอยู่ยูโร

และท้ายสุด กระทรวงการคลังของอังกฤษคำนวณไว้ว่าขนาดเศรษฐกิจอังกฤษจะเล็กลงร้อยละ 6 ภายในปี 2030 หากเกิด Brexit หรือคนอังกฤษจะมีรายได้ต่อหัวลดลง 4,300 ปอนด์ นอกจากนี้ระดับราคาของสินค้าจะลดลงหากไม่เกิด Brexit จนทำให้สามารถซื้อของมากขึ้น 350 ปอนด์ต่อปี ประเด็นนี้ นายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอังกฤษ ถึงขนาดขู่ว่าต้องเก็บภาษีเพิ่มและตัดลดงบประมาณรัฐบาลกว่า 3 หมื่นล้านปอนด์เพื่อการนี้

มาถึงตรงนี้ ถามว่าผลกระทบของการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ จะมีผลต่อจีดีพีและตลาดหุ้นของอังกฤษ รวมทั้งของไทยอย่างไร รวมถึงเงินปอนด์จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร จะขอตอบคำถามดังกล่าว ดังนี้

เมื่อพูดถึงการประมาณการของจีดีพีที่ลดลงจากการเกิด Brexit คงต้องมองไปที่หน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือของประเทศได้แก่กระทรวงการคลังของอังกฤษ ว่าประมาณการผลกระทบของ Brexit ไว้เท่าไหร่ ตัวเลขที่กระทรวงการคลังอังกฤษได้คำนวณไว้คือจีดีพีลดลงร้อยละ 7.8 ในระยะยาว โดยคำนวณจากปริมาณการค้ากับต่างประเทศที่จะลดลงเมื่ออังกฤษเกิด Brexit ขึ้นมา

จากนั้น ผลกระทบที่เกิดจากปริมาณการค้าที่ลดลง จะส่งผลต่อระดับผลิตภาพของปัจจัยการผลิตของประเทศ จนกระทั่งนำเข้าไปวิเคราะห์กับแบบจำลองแบบดุลยภาพ จนได้อัตราการเจริญเติบโตของจีดีพีที่ลดลงของอังกฤษ ปรากฏว่าจีดีพีเติบโตลดลงร้อยละ 7.8 ในระยะยาว สำหรับในระยะสั้นนั้น ทาง London School of Economics ได้คำนวณไว้ว่าจะลดลงราวร้อยละ 1.3-2.6 ใน 1-2 ปีแรก โดยหน่วยงานอื่นๆ ได้วิเคราะห์ไว้ด้วย ดังตาราง

โดยอ้างอิงจากงานศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย จะพบว่าเมื่อจีดีพีของอังกฤษลดลงร้อยละ 1 จะส่งผลให้กำไรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ลดลงประมาณร้อยละ 0.72 จากอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ลดลงในระยะสั้น ทำให้สามารถประเมินได้ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะลดลงประมาณร้อยละ 0.9 และเมื่อค่า P/E ของดัชนี FTSE100 ที่ประมาณ 16.7 จะทำให้ตลาดหุ้นของอังกฤษตกลงประมาณร้อยละ 14 จากการ Brexit

ทีนี้ถ้ายังจำกันได้ สมัย Grexit หรือกรีซทำท่าจะออกจากยูโรในปี 2011 ตลาดหุ้นยุโรปหล่นฮวบลงประมาณร้อยละ 30 และทำให้ตลาดหุ้นไทยตกลง สิริรวมทั้งสิ้นประมาณร้อยละ 7 หากเป็นเช่นนี้ ด้วยแรงส่งของ Brexit น่าจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยโดยรวมให้ลดลงประมาณร้อยละ 3-4 จากเหตุการณ์นี้

เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจาก Brexit ในตลาดหุ้นอังกฤษ ที่หนักสุดน่าจะได้แก่ ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลอนดอน ที่มีหุ้น 2 ตัวหลัก อย่าง British Land  และ Land Securities  ที่จะดิ่งลงอย่างหนัก

หากพิจารณาจากเหตุการณ์ค่าเงินยูโรที่ลดลงราวร้อยละ 7 ในระยะเวลา 1 เดือน และร้อยละ 15 ในเวลา 6 เดือนในช่วงวิกฤติกรีซแรงสุดเมื่อ 3 ปีก่อน แม้ท้ายสุด กรีซจะไม่ออกจากยูโรก็ตาม เมื่อพิจารณากรณี Brexit หากเกิดจริง ผมคิดว่าค่าเงินปอนด์น่าจะลดต่ำลงไม่น้อยกว่าระดับค่าเงินยูโรที่ลดลงในช่วง Grexit ครับ

โดยสรุปคือ ตลาดเงิน ตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ จะสะดุดพอให้รู้สึกได้อยู่ไม่น้อยในเมืองไทย หากเกิด Brexit ในวันพฤหัสบดีหน้าครับ