แผนการศึกษาแห่งชาติ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ :1

แผนการศึกษาแห่งชาติ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ :1

ลำดับขีดความสามารถของไทยล่าสุดปรับตัวในทิศทางดีขึ้น แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและคุณภาพทรัพยากร

มนุษย์ไม่ได้ดีขึ้นนัก ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าและชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง คือ คน คน อันหมายถึง ทรัพยากรมนุษย์ในระบบเศรษฐกิจ คน อันหมายถึง พลเมืองในระบบการเมือง คน อันหมายถึง ประชาชนในสังคม คน ใน ฐานะมนุษย์ในโลกใบนี้ คน ใน ฐานะ ปัจเจกชน คน ใน ฐานะ กลุ่มคน คน ในฐานะ ประชากรของภูมิภาคอาเซียน 

คุณภาพของคนไม่ว่าจะพิจารณาในฐานะไหนก็ตาม คือ ปัจจัยชี้ขาดในความอยู่รอด ความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง และ ขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะ “คน” ที่เป็น “ผู้นำ” คุณภาพของผู้นำกำหนดชะตากรรมของประเทศ ผู้นำประเทศที่ยิ่งใหญ่จะทุ่มเททำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศและเดินจากไปอย่างเงียบๆเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เกิดขึ้นบนโลก อาทิ กระแสการเปลี่ยนแปลงจากศตวรรษแห่งอเมริกาสู่ศตวรรษแห่งเอเชีย กระแสการเปลี่ยนแปลงจากยุคแห่งความมั่งคั่งสู่ยุคแห่งความสุดโต่งทั้งธรรมชาติ การเมืองและธุรกิจ และกระแสการเริ่มเปลี่ยนแกนอำนาจจากภาครัฐและเอกชนสู่ภาคประชาชน แรงขับเคลื่อนในระดับภูมิภาค (Regional Force) ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคและพหุภาคี ได้แก่ การรวมกลุ่มของประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) การรวมกลุ่มของเอเชียตะวันออก (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ยุทธศาสตร์ของประเทศ (Country Strategy) อาทิ ยุทธศาสตร์การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Growth & Competitiveness) ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสบนความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม (Inclusive Growth) ยุทธศาสตร์การเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Growth) และยุทธศาสตร์การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายในการยกระดับคุณภาพการศึกษา

ผมไปร่วมทำแผนการศึกษาแห่งชาติ 2560-2574 เป็นแผนระยะยาว 15 ปี และตระหนักเสมอว่าต้องลำดับความสำคัญเพื่อแก้ปัญหาการจัดระบบการศึกษาไทยที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าด้วย แผนและนโยบายต้องไม่เปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาบ่อยๆ ไม่เปลี่ยนผู้บริหารบ่อยเกินไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องทางนโยบาย รวมทั้งต้องทำให้บุคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะครูและอาจารย์ทั้งหลายมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัวเพื่อจะได้อุทิศเวลาในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น และต้องประเมินผลว่าการนำนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้” นั้น ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายตามที่กระทรวงตั้งไว้หรือไม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และทีมงานให้ความสำคัญในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ 15 ปี โดยมีสภาการศึกษาเป็นองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดแผนการศึกษาแห่งชาติด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนพร้อมกับบูรณาการแผนและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเข้าด้วยกัน ทาง ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษาและทีมงานโดยเฉพาะสำนักนโยบายและแผน สภาการศึกษาที่มี คุณชาญ ตันติธรรมถาวร มีความกระตือรือร้นในการทำให้แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา    

การสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา โดยมียุทธศาสตร์/แนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา การปรับระบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา รวมทั้งการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อการมีงานทำ มีรายได้ ภายใต้บริบทของการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) และการพัฒนาเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Growth)

หลังจากที่ได้มีการทำประชาพิจารณ์แผนการศึกษาแห่งชาติ ๑๕ ปีใน ๔ ภูมิภาคทั่วประเทศแล้ว โดยครั้งสุดท้ายได้มีการทำประชาพิจารณ์ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งการประชุมกลุ่มย่อยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิและทำ Focus Group หลายครั้ง พบว่า บุคลากรทางการศึกษาและทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์เห็นด้วยกับเนื้อหา กรอบและร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ๑๕ ปีเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนเนื้อหาที่มีความเห็นแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นการสรรหาคัดเลือกหรือบรรจุครูใหม่ แนวทางแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพ การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา การผลิตคนไม่ตรงกับความต้องการของผู้ผลิต ประเด็นผลิตนักเรียนนักศึกษาไม่มีคุณภาพ ประเด็นไม่สามารถสร้างคนไทยที่เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ได้มีการนำความคิดเห็นต่างๆ มาพิจารณา ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม ระดมความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยทางคณะทำงานได้ทำการปรับร่างแผนการศึกษาและนำเสนอรายละเอียดสภาการศึกษาไปเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา   

ทางคณะทำงานได้ตั้งใจทำให้กระบวนการการจัดทำร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ๑๕ ปี เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการศึกษาและทุกภาคส่วนให้มากที่สุด ไม่ว่า โดยกระบวนการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติก็ดี ไม่ว่าเนื้อหาก็ดี เราสามารถมั่นใจว่า แผนนี้จะสร้างให้เกิด ประชาธิปไตยทางการศึกษา อันจะนำมาสู่ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สมบูรณ์และเข้มแข็งในอนาคต นำประเทศก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า เน้นการเข้าถึงที่ดีขึ้น เท่าเทียมมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น กระจายอำนาจมากขึ้น โรงเรียนและสถานศึกษาในทุกระดับรวมทั้งมหาวิทยาลัยจะมีความเป็นอิสระมากขึ้น งบประมาณจะถูกกระจายไปที่สถานศึกษาโดยตรงมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนระบบการจัดสรรเงินจากด้านอุปทาน มาเป็น ด้านอุปสงค์มากขึ้น

โดยจะจัดสัดส่วนที่เหมาะสม จัดตั้งกองทุนเงินให้เปล่า ผลักดันให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางด้านการบริหารและจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศ ปรับโครงสร้างการบริหารราชการตามแนวทางการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา เปลี่ยนสถานศึกษาที่มีความพร้อมให้เป็นนิติบุคคล แยกบทบาทของรัฐในฐานะผู้กำกับและบทบาทในฐานะผู้จัดการการศึกษาให้ชัดเจน ปรับระบบให้มีการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวที่สะท้อนคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในลักษณะ Chartered School มากขึ้น จัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา ปรับหลักสูตร กระบวนการการเรียนการสอนให้มีความยืดหยุ่น หลากหลาย เพิ่มการเรียนรู้ จัดตั้งสถาบันพัฒนากรรมการสถานศึกษา การยกระดับคุณวุฒิกำลังแรงงาน เป็นต้น  แผนการศึกษาแห่งชาติ ๑๕ ปีฉบับนี้มีทั้งหมด ๑๐ ยุทธศาสตร์ ประกอบไปด้วย

๑. ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจและนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา

๒. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

๓. ยุทธศาสตร์การปรับระบบและกลไกการบริหารงานบุคคล

๔. ยุทธศาสตร์นวัตกรรมการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลผู้เรียน

๕. ยุทธศาสตร์การพัฒนาการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสนองตอบตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ

๖. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต

๗. ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา

๘. ยุทธศาสตร์ระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ

๙. ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระดับสถานศึกษา

๑๐. ยุทธศาสตร์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

กรอบวิสัยทัศน์ของแผนจะให้ความสำคัญกับ “การสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นกลไกหลักของการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของทุนมนุษย์ และรองรับการศึกษา การเรียนรู้ และความท้าทายที่เป็นพลวัตของโลกศตวรรษที่ ๒๑” ต้องการได้พลเมืองของประเทศและของโลกที่เป็น คนเก่ง คนดี และมีความสุข ซึ่งมีเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษา ๕ ประการ ได้แก่

๑) การเข้าถึง (Access)  

๒) ความเท่าเทียม (Equity)

๓) คุณภาพ (Quality)

๔) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และ

๕) ตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Growth) ที่พลเมืองส่วนใหญ่มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ภายใต้บริบทของการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) รวมทั้งการสร้างสังคมแห่งปัญญา (Wisdom - Based Society) การส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ (Lifelong Learning) และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Supportive Learning Environment) เพื่อให้พลเมืองสามารถเรียนรู้และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งสามารถยกฐานะและชนชั้นทางสังคม อันนำไปสู่การสร้างความผาสุกร่วมกันในสังคมของชนในชาติ และลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ของชนชั้นต่าง ๆ ในสังคมให้มีความทัดเทียมกันมากขึ้น

------------------------

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ

กรรมการสภาการศึกษา และ ประธานอนุกรรมการแผนการศึกษาแห่งชาติ 15 ปี

[email protected]

www.Facebook.com/AnusornTamajai