ดูแล...แรงงานวุฒิการศึกษาต่ำ

ดูแล...แรงงานวุฒิการศึกษาต่ำ

พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อ 5 พ.ย.2558 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ใน 120 วันถัดมา คือเมื่อ 3 มี.ค.2559 และมีการ “ผ่อนผัน” ในบางข้อ โดยเฉพาะเรื่องร้อนอย่างกรณีวุฒิการศึกษา ที่กำหนดให้ รปภ.ต้องเรียนจบตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ที่กำหนดไว้ที่มัธยมศึกษาปีที่ 3

เป็นประเด็นที่ถูกระบุว่าจะส่งผลให้เพิ่มจำนวนคนตกงานและส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพนักงานรักษาความปลอดภัยในอนาคต 

เพราะในขณะที่ภาคธุรกิจขยายตัว มีความต้องการธุรกิจรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น  จาก 4.5 แสนคนในปี 2558 ประมาณการว่าในปีนี้จะมีความต้องการถึง 5 แสนคน แต่ผู้ที่มี“โอกาส”ในการเข้าสู่การเป็นแรงงานในกลุ่มนี้กลับลดลงด้วยข้อจำกัดของกฎหมายใหม่

แม้ว่ากติกาหลายข้อจะถูกขานรับ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบประวัติคดีคดีอาญา การกำหนดให้ผ่านหลักสูตรอบรมก่อนการทำงาน แต่ในเรื่องวุฒิการศึกษาก็ยังเป็นที่กังวลอยู่มาก เนื่องจากการศึกษาภาคบังคับ ม.3 เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2545 ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสที่คนอายุราว 40 ปีขึ้นไป จำนวนมากจะขาดคุณสมบัติ

ขณะเดียวกันพนักงานรักษาความปลอดภัย ก็เป็นกลุ่มแรงงานที่อยู่“นอกเหนือ”ไปจากการดูแลของกระทรวงแรงงาน แตกต่างไปจากแรงงานประเภทอื่น เพราะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยเหตุผลในด้านการดูแลความปลอดภัย

ดังนั้นเมื่อถามถึงการให้ความช่วยเหลือ หรือแก้ปัญหาให้กับแรงงานในกลุ่มนี้ จึงไม่สามารถมีคำตอบจากกระทรวงแรงงาน

แม้ว่าตามกฎหมายใหม่จะกำหนดให้มี คณะกรรมการกำกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน และมีกรรมการโดยตำแหน่งจากหลายส่วนราชการ และมีอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ...แต่ก็อาจเป็นเพียงแค่เสียงเล็กๆ 

ซึ่ง ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่าได้มอบหมายอธิบดีฯ เข้าไปดูแลในแง่ของกฎหมาย และการผ่อนปรนให้ความช่วยเหลือ ตามภารกิจข้อ 2 ของคณะกรรมการที่ว่าด้วยการ เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี ในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้

แต่ปัญหาที่สำคัญ...คือนับตั้งแต่กฎหมายประกาศใช้ คณะกรรมการฯ เพิ่งจะมีการประชุมร่วมกันไปเพียงครั้งเดียว และยังไม่มี “ข้อเสนอ”ใดๆ 

รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการชุดเดียวกันนี้ ที่กำหนดเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง 6 คน จากผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยไม่น้อยกว่าสองในสาม ก็ยังถูกจับตามองว่าจะเป็นปากเสียงของผู้ได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ 

 ขณะเดียวกันเสียงสะท้อนตรงกันจากสหพันธ์ธุรกิจรักษาความปลอดภัย และผู้ประกอบการฯ ก็ชี้ว่าหลังจากมีกฎหมายใหม่ จำนวนผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นพนักงาน รปภ.ลดหายไปกว่าครึ่ง และเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นส่งผลให้ขาดแคลนรปภ. 5-10%

ทั้งที่งานในกลุ่มธุรกิจรักษาความปลอดภัย เคยเป็นงานที่ได้รับความสนใจจำนวนมาก จากเงื่อนไขสำคัญที่ไม่มีข้อจำกัดในด้านวุฒิการศึกษา รวมทั้งตำแหน่งงานทั่วประเทศที่รวมกันร่วม 5 แสนตำแหน่ง และมีการหมุนเวียนเข้า-ออก อยู่ตลอดเวลา

รวมทั้งยังมีสัดส่วนผู้สมัครเข้าสู่แรงงานในกลุ่มนี้ผกผันตามฤดูกาล อย่างเช่น ช่วงหน้าแล้งที่ว่างเว้นจากการเกษตร จะมีคนเข้ามาสมัครงานมากกว่าช่วงเวลาปกติถึงเดือนละ 4-5 หมื่นคน 

อย่างไรก็ดีแม้ว่ากลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัย จะเป็นเพียงแค่“กลุ่มเดียว”ของภาคแรงงาน แต่ก็นับเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนถึงการ มีงานทำ” ของกลุ่มผู้มีข้อจำกัดด้านวุฒิการศึกษา 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่มักพูดถึงการผลิตคนให้ตรงกับงาน พุ่งเป้าไปที่การผลิตบุคลากรในระดับปริญญา รวมไปถึงสายวิชาชีพทั้ง ปวช.และ ปวส.

แต่การแก้ปัญหาตกงานให้ผู้ที่ขาดโอกาสในการเรียนสูงๆ ที่ยังเป็นคนกลุ่มใหญ่ กลับถูกพูดถึงไม่มากนัก !!!