วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝึกงานนิสิต ในมุมมองนิสิตฝึกงาน

ก่อนไปสู่ภาคการจ้างงาน ต้องจัดให้ลองฝึกกันก่อน เพื่อให้มีโอกาสสัมผัสเรียนรู้ รู้จักคุ้นเคยวัฒนธรรมองค์กร

เห็นการบริหาร เข้าใจการปฏิบัติงาน รู้งาน รู้คน เป็นการสร้างหรือเตรียมความพร้อมเบื้องต้นให้ลูกศิษย์ทั้งความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพ

เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน หวังผลให้รู้จักนำทฤษฎีวิชาการไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเป็นผลสำเร็จ ผลลัพธ์ ผลงานต่างๆ โดยมีผู้บริหาร หัวหน้างานในหน่วยงานองค์กรนั้นๆ คอยเป็นพี่เลี้ยง กำกับดูแล แนะนำ ให้คำปรึกษา เมื่อก้าวสู่ภาคการจ้างงาน จะได้ไม่สะดุดไร้รอยต่อ หรือมีปัญหาข้อจำกัดน้อยที่สุด

หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เป็นหนึ่งในนั้น

ผู้เขียนมีโอกาสไปติดตามนิเทศ พบปะเยี่ยมเยียน และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการฝึกงานของนิสิต ในมุมมองของนิสิตฝึกงาน ซึ่งเห็นว่าน่าสนใจ ขอนำมาถ่ายทอด เล่าสู่ผู้อ่านในที่นี้

ชิตพงษ์ ทองมา ฝึกงาน ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า “อยู่ฝ่ายข่าว ได้ประสบการณ์เยอะมาก ฝึกได้ไม่กี่วัน หัวหน้างานมอบหมายให้ทำสกู๊ปข่าววันเด็ก เป็นประสบการณ์แรกมีโอกาสออกพื้นที่และลงมือทำเอง โดยพี่ๆ ในฝ่ายคอยช่วยดูแล แนะนำ รู้สึกกังวลบ้างว่าเราจะทำได้ไหม ดีเพียงใด ได้พยายามใช้ความรู้ ความตั้งใจ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาใช้ได้ หลังจากนั้นก็เป็นข่าวงานตรุษจีนนครสวรรค์ งานวันมาฆบูชา พยากรณ์อากาศและข่าวอื่นๆ”

“ออกไปถ่ายภาพงานต่างๆ เกือบทุกวัน เขียนสคริปข่าว ตัดต่อภาพ ดึงข่าวจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดต่างๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมาออกอากาศ ต้องดึงทุกวัน โปรยเสียงหรือพูดเกริ่นนำก่อนเข้าข่าวสั้นๆ เพื่อให้น่าสนใจติดตาม” เขาเล่าให้ผู้เขียนฟัง และว่า “อะไรก็ไม่ตื่นเต้นเท่าการหมุนข่าวให้อ่าน ซึ่งทำให้ถึงกับเหงื่อออก มือสั่น เสียงสั่น แต่ก็พยายามควบคุมตนเอง สร้างความมั่นใจ ตอนหลังพอได้อ่านบ่อยๆ ก็ดีขึ้น ประหม่าลดลง”

ชิตพงษ์ยังบอกด้วยว่า ประทับใจผลงานวันมาฆบูชา ซึ่งตนได้รับโอกาสให้ทำสกู๊ปข่าว เขียนสคริปเอง ถ่ายภาพและตัดต่อเอง ลงเสียงเอง กระทั่งได้ออกอากาศเผยแพร่สู่ผู้ชม เรียกว่า ทำครบวงจร รู้สึกภูมิใจที่ได้มาฝึกงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลก หัวหน้างาน พี่ๆ ทุกคนที่นี่เป็นกันเองมาก เวลาเรามีปัญหาอะไร ก็จะให้คำปรึกษา ช่วยเหลือแนะนำ ทั้งยังเป็นกำลังใจชื่นชมในการฝึกงาน เสมือนเป็นทีมงานข่าวคนหนึ่งในองค์กร ตนโชคดีมีพี่ๆ เป็นตัวอย่างที่ดี ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ

สอดคล้องกับ ศิประภา เมฆสุข ซึ่งเลือกไปฝึกงานพีอาร์ที่โรงพยาบาล (รพ.) ทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มน. ก็บอกว่า “ได้ประสบการณ์มากมาย ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มเรียนรู้องค์กร พบเจอสถานการณ์จริง ได้รับมอบหมายให้ออกแบบโปสเตอร์คลินิกห้องเด็ก และผู้บริหารให้นำผลงานชิ้นนี้ไปใช้จริง โดยติดประกาศประชาสัมพันธ์ที่ห้องคลินิกเด็ก นอกจากนี้ ยังได้ผลิตสื่อแผ่นพับประชาสัมพันธ์ร่วมกับพี่ๆ ใน รพ.ภายใต้โครงงานความรู้คู่ทันตกรรม เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพฟันแก่ประชาชนผู้รับบริการ”

เธอบอกว่า เป็นสองผลงานที่ภูมิใจมาก รู้สึกประทับใจผู้บริหารกำหนดนโยบายมุ่งส่งเสริมสุขภาพฟันของประชาชนอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นกันเอง เอาใจใส่ดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่อย่างเป็นมิตรไมตรี ทำให้คนในองค์กรมีขวัญและกำลังใจ มีผลต่อการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ รวมถึงตนเองที่ได้รับความเอาใจใส่ ช่วยเหลือเกื้อกูล คอยให้คำปรึกษา ชี้แนะชี้นำ สอนงานและให้ทดลองทำ จนเราสามารถทำผลงานคุณภาพออกมาได้

ศิประภายังมีแง่คิดดีๆ ถึงการมาฝึกงาน เป็นช่วงเวลาที่ได้รู้จักคนมากมาย รู้จักสร้างมนุษยสัมพันธ์ ไม่ควรรอให้โอกาสเข้ามาหา แต่ต้องรุกออกไปหาโอกาส สร้างโอกาสในงาน โดยเฉพาะเมื่อเราฝึกงานได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว พอจะรู้งานในขอบเขตหน้าที่บ้างแล้ว บางครั้งบางอย่างอาจไม่ต้องรอพี่ๆ สั่ง ถ้าเห็นว่าตรงไหนที่พอจะช่วยพี่ๆ ได้ และเป็นผลดี เราก็อาจเสนอไอเดีย นอกจากทำให้เกิดคุณค่างานใหม่ๆ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจทำงานเพื่อองค์กรอีกด้วย

ขวัญฤทัย บูรณะ เป็นอีกคนหนึ่งที่ผู้เขียนชวนมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงมุมมองการฝึกงานในครั้งนี้ โดยเธอฝึกงานที่หน่วยงานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร “รพ.มน. เป็นองค์กรที่ค่อนข้างใหญ่ มีโครงสร้างการบริหารงานซับซ้อน บุคลากรมาก ภารกิจเยอะ ทำงานกันเป็นทีม ตอนที่เข้ามาฝึกใหม่ๆ ก็ได้รับมอบหมายงานแรกจากหัวหน้างานพีอาร์ให้ทำงานร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งตอนนั้นในใจก็กลัวๆ รู้สึกเกร็งมาก คิดว่าเราคงไม่พร้อม ยังไม่ได้ศึกษาเรียนรู้งาน ไม่มีประสบการณ์ เกรงจะทำไม่ได้ ทำได้ไม่ดี

แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าปฏิเสธว่าทำไม่ได้ ไม่เคยทำมาก่อน ก็คงเป็นวิธีการที่ไม่ฉลาดเลย ปล่อยให้โอกาสผ่านเลยไป จึงต้องใจกล้า ใช้ความมุมานะ พยายามตั้งใจทำให้ดีที่สุด จำได้ว่ามีปัญหาติดขัดบ้าง บางอย่างเราไม่รู้ แต่ก็ขอคำแนะนำปรึกษาหัวหน้างาน ซึ่งที่สุดแล้วงานก็ผ่านลุล่วงไปได้ เป็นการเรียนรู้งานแรกที่ยิ่งใหญ่ มีคุณค่าและอยู่ในความทรงจำที่ดี วันนี้มีความมั่นใจขึ้น” เธอเล่าเป็นฉากๆ หลังจากนั้นได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญๆ อีกบ่อยครั้ง เสมือนหนึ่งเป็นคนในทีมงานพีอาร์ มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาความคิด ทักษะ ประสบการณ์ ความชำนาญในงานที่สูงขึ้น

ขวัญฤทัยบอกว่า พีอาร์ในสถานพยาบาล มีส่วนร่วมเป็นสื่อกลางสร้างความเข้าใจ สัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย หรือถ้ามีอะไรที่จะเป็นความเข้าใจผิด ต้องรีบป้องกันแก้ไข ทำงานทั้งรุกทั้งรับ ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ในกรณีที่มีผลกระทบต่อองค์กรหรือโรงพยาบาล จะแจ้งปัญหาให้คณบดีหรือผู้บริหารระดับสูงทราบ เพื่อหาทางออก ซึ่งนอกจากในเชิงบริหารแล้ว อาจในเชิงการประชาสัมพันธ์ ต้องคิดแผนพีอาร์ล่วงหน้าพร้อมใช้ ให้เหมาะสมกับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น

การฝึกงานทำให้เข้าใจ เข้าถึงการทำงานในหน้าที่ประชาสัมพันธ์องค์กร ต้องเป็นฝ่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย เป้าหมายของคณะฯไปสู่ความสำเร็จก้าวหน้า จะเห็นว่า เมื่อมีงานโครงการสำคัญๆ จะมีพีอาร์อยู่ด้วยเสมอ ทำงานเคียงข้างผู้บริหาร จากการทำงานเป็นทีมของที่นี่ คณบดีจะทำงานใกล้ชิดบุคลากร อย่างในการประชุม จะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับรองๆ หัวหน้างานต่างๆ แสดงความคิดเห็น เสนอรายงานปัญหาที่ประสบพบเจอ และร่วมกันแก้ไข เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรให้ได้มากที่สุด

ขวัญฤทัยยังได้เล่าถึงความประทับใจในการฝึกงานว่า มีหลากหลายอย่างมาก เนื่องจากเป็นองค์กรใหญ่ มีอะไรให้เรียนรู้และได้ลงมือทำเยอะ อย่างแรก ความไว้วางใจจากหัวหน้างาน พี่ๆ พีอาร์ที่ให้โอกาสมอบงานสำคัญๆ ให้รับผิดชอบ ให้ทำงานกับระดับบริหาร ได้เขียนข่าว ทำภาพข่าวเผยแพร่ทางสื่อเว็บไซต์คณะฯ นอกจากนี้ ร่วมปฏิบัติงานกับพี่ๆ สื่อมวลชน MSS เคเบิ้ล ทีวี ทำข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร) ที่มาเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมทำงานเบื้องหลังมืออาชีพในรายการ “คนค้นฅน” ที่มาถ่ายทำเกี่ยวกับกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งทำให้เธอมีโอกาสสัมผัสเรียนรู้การปฏิบัติงานจริง รู้วิธีการนำความรู้ทฤษฎีที่เรียนมาใช้จริงอย่างเหมาะสมในงาน

พร้อมกล่าวฝากเป็นแง่คิดเล็กๆ ไม่ว่าเราจะฝึกงานที่ไหนก็ตาม คิดว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ ควรแสดงความกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนรู้ให้หัวหน้างานเห็น ไม่เพียงเท่านั้น อาจอาสาเสนอตัวเข้าไปช่วยงาน ถามหัวหน้าหรือพี่ๆ ในหน่วยงาน มีอะไรให้ช่วยไหม อ่อนน้อมถ่อมตน ที่สำคัญหากได้รับโอกาสในการทำงานแล้ว ต้องทำอย่างทุ่มเท เต็มกำลังความสามารถของเรา ไม่ทำให้เขาผิดหวัง

ขณะที่อาจจะคิดสร้างงานอะไรใหม่ๆ ได้บ้าง เพื่อองค์กรจะได้ประทับใจในตัวเราเช่นกัน ใช้โอกาสเพื่อสร้างโอกาส ถ้าสามารถทำได้ ก็จะมีผลงานในฐานะนิสิตตัวเล็กๆ คนหนึ่งฝากไว้ให้เขานึกถึงเมื่อครบกำหนดฝึกงานจากไป เป็นความภูมิใจในใจเรา สอดรับกับศิประภาที่มองว่าการฝึกงานไม่ควรรอให้โอกาสเข้ามาหา แต่ควรต้องรุกออกไปหาโอกาส

เป็นบางมุมมองนิสิตฝึกงานที่น่าสนใจ

----------------------

ไพศาล อินทสิงห์