หากเหลียวมองการทำประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) ในส่วนภูมิภาค จังหวัด ส่วนราชการต่างๆ ก็มีนโยบาย เป้าหมายพีอาร์ของตน
หวังผลอะไร ให้ทราบ ให้เข้าใจ ให้ร่วมมือ หรืออื่นๆ แล้วแต่ลักษณะงานของใคร อย่างไร
ที่น่าสนใจพีอาร์สามารถหนุนนำหรือสร้างเศรษฐกิจจังหวัดได้ หนึ่งในนั้น คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นอีกลักษณะงานหนึ่งของจังหวัดโดย ททท.สำนักงานในประเทศที่ตั้งอยู่ทั่วไทยกว่า 35 แห่ง
ยิ่งทำให้คนมาเที่ยวมาก เศรษฐกิจจังหวัดยิ่งเติบโต
จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนาก้าวหน้า ต้องรู้ว่าจะใช้พีอาร์อย่างไร “วิสูตร บัวชุม” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ เป็นผู้หนึ่งซึ่งใช้พีอาร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดอย่างเป็นผล จึงนำมาเล่าสู่กันอ่าน ว่าก่อนจะพีอาร์เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ต้องเข้าใจเนื้อหาหรือแก่นของเมืองเชียงใหม่ก่อน เพราะมีความหลากหลายในเชิงท่องเที่ยวมาก จะยึดแก่นเมืองเชียงใหม่มาใช้เป็น Positioning หรือตำแหน่งของสินค้าที่เราจะทำตลาด พีอาร์ให้คนมาเที่ยว เวลานี้ Positioning ที่จะพีอาร์เชียงใหม่อยู่ที่การเน้นท่องเที่ยววัฒนธรรม ธรรมชาติ วิถีชีวิต และความหลากหลายทางการท่องเที่ยว
ดังนั้น การที่เศรษฐกิจจังหวัดจะเติบโตได้ ต้องอาศัยพีอาร์ให้คนมาเที่ยว เกิดรายได้ การใช้จ่ายต่างๆหมุนเวียนในระบบ และไม่เฉพาะในเมืองเท่านั้น ต้องให้ไปถึงชุมชุม ถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง พัฒนาก้าวหน้าและยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ททท.เชียงใหม่ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทำงานกับองค์กรต่างๆ ทั้งจังหวัด หน่วยงานด้านท่องเที่ยวต้องอาศัยทั้งวางแผน บริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาคุณภาพบริการ รวมทั้งส่งเสริมประชาสัมพันธ์ มีการปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชียงใหม่ให้เข้ากับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงพัฒนาไป เช่น แหล่งธรรมชาติ การท่องเที่ยวมิติใหม่ที่คงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
โดยกำหนดเป้าหมายงานแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ เป้าหมายระดับประเทศ และเป้าหมายระดับจังหวัด โดย ททท.สำนักงานเชียงใหม่ที่ต้องให้สอดคล้องกันกับนโยบายระดับประเทศ มีบางครั้งที่เรากำหนดสูงกว่า อยู่ที่บริบทจังหวัด และความเหมาะสมต่างๆ นอกจากนี้การสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวนั้น ถ้าทำให้ท่องเที่ยวคึกคัก จะมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัด สร้างรายได้ และมูลค่าเศรษฐกิจ โดยการขยายเติบโตของเชียงใหม่ขึ้นกับ 3 สิ่งหลัก คือ การท่องเที่ยว การเกษตร และการบริการอื่นๆ จากรายได้รวมหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของเชียงใหม่ปีละกว่า 2 แสนล้านบาทนั้น เป็นการท่องเที่ยว 8 หมื่นล้านบาท หรือ 35% ซึ่งในส่วนนี้ทำให้การเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น การจ้างงานมากขึ้นทั้งทางตรง ทางอ้อม และการใช้จ่ายหมุนหลายรอบส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญจะต้องสามารถทำให้รายได้กระจายตัว ไม่กระจุกตัว ต้องให้ไปถึงชุมชน ไม่อยู่เฉพาะในเมือง ถึงจะเป็นความสำเร็จที่แท้จริง อย่างไรก็ดี จะมีการประเมินผลทุกสิ้นปี ทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัด เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ทำได้ ไม่ได้อย่างไร
สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามากเวลานี้ก็ด้วยหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจจีนที่มีคนรวยมากขึ้น จึงไปต่างประเทศมากขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อปี 2555-2556 ภาพยนตร์ Lost In Thailand หรือแก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ หนังแนวตลกที่ถือว่ามีอิทธิพลหรืออานิสงส์ให้คนจีนอยากเดินทางมาไทยโดยเฉพาะเชียงใหม่ที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นหลัก โดยยังมีสิ่งรองรับนักท่องเที่ยวจีนหลายด้าน เช่น ความเป็นเมืองหลากหลายทางท่องเที่ยว บริการทีหลากหลายและระดับ 5 ดาว ราคาหลากหลายให้เลือก ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจเชียงใหม่เปลี่ยนแปลงพัฒนาเติบโตอย่างมาก โดยที่การท่องเที่ยวเชียงใหม่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผู้เขียนมองว่าน่าสนใจ มีความเชื่อมโยงรองรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพัฒนาเติบโต วันนี้ใครไปเชียงใหม่จะเห็นโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากต่างจากในอดีต มีความเจริญก้าวหน้า เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เป็นแหล่งรายได้ สร้างงานและโอกาสธุรกิจ
คุณพัชริดา มโนนำ ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) โรงแรมสุริวงศ์ เชียงใหม่ กล่าวว่า “มีโรงแรมเกิดใหม่ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆเยอะมากจาก กทม.และที่อื่นๆ มีโรงแรมบูติคเล็กๆ 10 ห้อง 15 ห้องก็เยอะมากและเน้นความเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว อันที่จริงเป็นเรื่องน่าที่ดี แต่ถ้ามากเกินดีมานด์ย่อมส่งผลกระทบ ยังเห็นมีการเร่งสร้างรองรับนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามาก อาจทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดตามมา”
เพราะธุรกิจจะอยู่รอดหรือเติบโตอยู่ที่จำนวนลูกค้าและพีอาร์การตลาด ซึ่งในยุคใหม่พีอาร์จะต้องมีส่วนหนุน(สร้าง)ยอดขาย ถ้าเป็นไปได้บางทีพีอาร์ก็ต้องนำธุรกิจ เรียกว่า ทั้งหนุนทั้งนำ
การใช้พีอาร์หนุนนำขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรม คือ จุดขายอาจทำเป็นแผนพีอาร์รายปี รายเดือน หรือแผนพีอาร์เฉพาะหน้า พร้อมใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
การบริการที่ดีให้ลูกค้าตามต้องการทั้ง hardware และ software คือ จุดแข็ง ต้องพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง นิ่งไม่ได้
ทว่าในท่ามกลางการแข่งขันด้านการตลาด เป็นที่รับรู้ว่า โรงแรมใหม่ย่อมได้เปรียบโรงแรมเก่า เพราะอะไรๆ ก็ดีกว่า ใหม่กว่า ทันสมัยกว่า บริการดีกว่า แต่ก็ไม่แน่เสมอไป บางอย่างเก่ากลับได้เปรียบ ดูอย่างมหาวิทยาลัยเก่าแก่ได้รับความนิยมกว่ามหาวิทยาลัยใหม่ ตรรกะนี้ใช้ได้หรือไม่สำหรับสุริวงศ์ ซึ่งเราๆ ท่านๆได้ยินชื่อนี้มานาน 40-50 ปี เป็นโรงแรมเก่าแก่ จะเสียเปรียบไหม หรือมีอะไรที่ได้เปรียบบ้าง หรือไม่ อย่างไร เป็นแรงดลใจใคร่รู้ ให้ผู้เขียนต้องมาพบพูดคุยถามท่านพัชริดาในครั้งนี้ เพื่อขอความรู้ เชื่อว่าผู้อ่าน หรือใครที่อยู่ในแวดวงธุรกิจนี้ก็คงสนใจอยากรู้เช่นกัน
“ใช้จุดแข็งที่ตั้งมานานสร้างความได้เปรียบ ใช้จังหวะโอกาสปรับเปลี่ยนพัฒนาในด้านต่างๆ ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับพีอาร์มาก ใช้โซเชียลมีเดียต่างๆให้เข้ากับลักษณะทางประชากรของลูกค้า สร้างและรักษาลูกค้าใหม่ ลูกค้าเดิม เน้นจุดขายภาพลักษณ์โรงแรม ให้เป็นที่รับรู้ รู้จักมากขึ้น อยู่ในความคิดความทรงจำประทับใจที่ดี” ผู้จัดการแผนกพีอาร์กล่าวด้วยความถ่อมตัว และว่า “ปัจจุบันแม้จะเติบโต ภาพลักษณ์ดี แต่นิ่งไม่ได้ ยังคงพีอาร์สร้างการจดจำได้ ให้จำชื่อได้ เรียกใช้บริการ”
อย่างไรก็ตาม โรงแรมและการท่องเที่ยวนั้นคู่กัน ส่งผลดีเศรษฐกิจภาพรวมจังหวัดเจริญก้าวหน้า ยังมองว่าถ้าจังหวัดคิดกิจกรรมที่ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวคึกคัก โรงแรมก็จะคึกคักไปด้วย โดยอาจมองหา หรือชูจุดเด่นในจังหวัด เช่น แหล่งท่องเที่ยวใหม่ น้ำตก โบราณสถาน หรือจัดงานโครงการต่างๆ ขึ้น และพีอาร์เชิญชวนประชาชนมาเที่ยวชม ถ้าทำได้จะสามารถเป็นแม่เหล็กดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยวได้อย่างดี อยู่ที่ผู้นำจังหวัด ถ้าไม่มีผู้นำหรือขาดผู้ว่าฯ ย่อมไม่มีพลังพอ ต้องกำหนดเป็นนโยบายจังหวัด และ ททท. ขึ้นอยู่กับพีอาร์ที่ใช้วิสัยทัศน์
ทั้งหมดนี้จึงเป็นบางมุมมองพีอาร์หนุนนำเศรษฐกิจจังหวัดที่น่าสนใจ
----------------------
ไพศาล อินทสิงห์
มหาวิทยาลัยนเรศวร







