การเมืองกลายเป็น “เรื่องยาก” โดยเฉพาะการแสดงความคิด
ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในห้วงของการทำ “ประชามติ” ที่ดูเหมือนว่า“ส่อ” จะเข้าข่ายความผิดไปเสียทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่การแสดงความเห็นในเชิงวิชาการ
000 ก่อนหน้านี้มี“ผู้รู้”ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง และ “โดยอ้อม” พยายามออกมาตีความว่าอย่างไร“พูดได้”หรืออะไรบ้างที่ “พูดไม่ได้” รวมทั้งกกต.เอง ก็สรุปเอาไว้ทั้งสิ่งที่“ควรทำ” และลักษณะ“ต้องห้าม” 23 ประการ ตามที่รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม แนะนำ
000 ตรงนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าทั้งกรณี“เจ้าหน้าที่รัฐ”วางตัวไม่เป็นกลาง หรือการแสดงความคิดเห็น“บิดเบือน” รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่ในการไปใช้สิทธิ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
000 จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นการ“ตีความ”อะไรใหม่ เพราะข้อสรุปดังว่าเป็นไปตาม“ถ้อยคำ”ในตัวบทกฎหมาย... เพียงแต่ไม่มั่นใจว่าจะมีความพยายามเลี่ยงบาลี “บิดเบี้ยว”ไปทางหนึ่งทางใด หรือจะมี“ใคร”ทุบโต๊ะเปรี้ยงเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่า
000 รวมทั้งประการท้ายสุดที่ กกต.สรุปไว้คือการกระทำที่“สุ่มเสี่ยง”ต่อความผิด อย่างการก่อความวุ่นวายที่อาจทำให้การออกเสียงเกิดความไม่เรียบร้อย หรือส่อไปในทางปลุกระดม อย่างเช่น แจกใบปลิว สติ๊กเกอร์ เข็มกลัด กระดุม ฯลฯ...ที่อาจจะต้องนำไปสู่การตีความ
000 เหมือนอย่างที่ วรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ออกมาตั้งคำถามว่าภาพที่ปรากฏมีทหารเดินแจกใบปลิวในภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อชักชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญ จะถือว่าผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หรือไม่
000 การ“ติติง”ครั้งนี้...ไม่ว่าจะด้วยมี“นัย”ทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร...แต่เป็น“แง่มุม”ที่ไม่น่ามองข้าม โดยเฉพาะที่ชี้ว่าถ้าขาดความ“ชัดเจน”อะไรพูดได้หรือพูดไม่ได้ เกรงว่ากฎหมายนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือจัดการผู้ที่เห็นต่าง
000 รวมทั้งกรณีที่“น่าสนใจ”คือจากนี้ไป...การนำเสนอข่าวของ“สื่อ”จะมี “ข้อจำกัด” ในการนำเสนอความคิดอ่านของบุคคลต่างๆ ทางการเมืองมากน้อยอย่างไร เพราะอาจเข้าข่าย“ทำซ้ำ”ที่เสี่ยงต่อการมีความผิดได้เช่นเดียวกัน
000 หลังจากนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา “หลุดปาก” ระบุ ทักษิณ ชินวัตร จ้างลอบบี้ยิสต์ป่วนประเทศไทย มีเสียงท้าทายจากฝั่งพรรคเพื่อไทย ให้แสดง“หลักฐาน”โดยเฉพาะการออกมาเรียกร้องอย่างแข็งขันของ นพดล ปัทมะ ในฐานะทนายความส่วนตัว
000 เรื่องนี้...พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. ยืนยันมีหลักฐาน“จริง”ตามที่นายกฯ พูด ทั้งจากที่สื่อมวลชนส่งมาให้ และจากการ“เสาะหา”ในสื่อโซเชียล... แต่ยังไม่จำเป็นต้อง“งัด”ออกมาใช้ในตอนนี้ แต่แย้มว่าข้อมูลบริษัทฯ“ชี้ชัด”ว่ามี“ใคร”เป็นลูกค้า
000 แต่ก่อนนี้เคยได้ยินแต่ปัญหา“ขาดแคลนครู”มาถึงวันนี้กลายเป็นว่า“ครูล้นตลาด” ถึงขนาดมีข้อเสนอจาก ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
000 แนะให้เปิดรับนักศึกษา“ครู”ปีเว้นปี หรือจะต้องมีการวางแผนที่ดี เริ่มกันตั้งแต่การรับนักศึกษาในปี 2560 เพื่อให้“สอดคล้อง”ความต้องการแท้จริง ให้สามารถแก้ปัญหาบัณฑิตครูล้นในบางสาขาวิชา และขาดแคลนในบางสาขาวิชา !!!
.......................................
อัชชาวดี [email protected]








