วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับกระแสการดูแลสุขภาพ

ในปัจจุบันคนไทยและทั่วโลกคำนึงถึงและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจมากขึ้น เราจะเห็นทั้งความ

ตื่นตัวในเรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย การนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ซึ่งล้วนแล้วแต่นำไปสู่สุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น คำถามคือสำหรับองค์กรธุรกิจที่สินค้าและบริการไม่ได้เกี่ยวข้องกับสุขภาพแล้ว จะสามารถจับกระแสโอกาสของความตื่นตัวนี้ได้อย่างไร?

แนวโน้มหนึ่งที่เริ่มเห็นจากองค์กรธุรกิจชั้นนำหลายๆ แห่ง ก็คือ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์และบริการของตนเอง จะไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ (ทั้งกายและใจ) แต่ก็พยายามที่จะหาสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมาจากผลิตภัณฑ์และบริการเดิม เพื่อจับกระแสความตื่นตัวเรื่องสุขภาพที่กำลังเป็นอยู่ทั่วโลก และที่น่าสนใจคือองค์กรเหล่านี้ ต่างพยายามใช้ประโยชน์จากพัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ได้มากที่สุด ลองมาดูตัวอย่างกันนะครับ

เริ่มจาก Starbucks ที่จับมือกับ Philips ครับ โดยทาง Philips นั้นมีผลิตภัณฑ์อยู่ตัวหนึ่งคือหลอดไฟที่เขาเรียกว่า EnergyUp โดยเป็นโคมและหลอดไฟที่ปล่อยแสงที่ช่วยกระตุ้นพลังงานความตื่นตัวและอารมณ์ของเราครับ ซึ่ง Philips เขาพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาสำหรับผู้ที่อยู่ในเมืองหนาว และพอถึงฤดูหนาวทีไร พอหิมะตก อากาศดูทึมๆ ซึมๆ ก็จะทำให้หลายๆ คนอาจจะมีอารมณ์ซึมเศร้า (สงสัยมากว่าถ้านำมาใช้ในช่วงอากาศร้อนแบบปัจจุบันของเราแล้ว จะมีผลอย่างไร?) ทีนี้เมื่อต้นปีนี้ทาง Philips ก็เลยจับมือกับ Starbucks โดยปรับเปลี่ยนสาขาของ Starbucks จำนวนหนึ่งในประเทศเนเธอแลนด์แล้วนำเอาเจ้า EnergyUp นี้ไปติดตั้งโดยทั่ว Starbucks เพื่อให้ผู้มาใช้บริการสามารถดื่มกาแฟไปแช่แสงไฟไป (ประมาณ 20 นาทีก็เพียงพอครับ) เพื่อสุดท้ายลูกค้าจะได้รู้สึกมีพลังงานกลับมามีอารมณ์ดีขึ้นและไม่ซึมเศร้า

ตัวอย่างต่อมาเป็นของสายการบิน Qatar ครับ ที่เขาเพิ่งรับเครื่องใหม่มาจาก Airbus นั้นคือเครื่อง A350 ซึ่งในเครื่องบินรุ่นใหม่นี้ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะช่วยลดอาการ jet lag ครับ เช่น มีไฟ LED ที่จะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแสงสว่างภายในเครื่องบินให้เหมือนกับแสงจากพระอาทิตย์ โดยให้สอดคล้องกับเวลา ณ​ จุดหมายปลายทางเพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับนาฬิกาในร่างกายเราให้สอดคล้องกับจุดหมายปลายทาง

ตัวอย่างต่อมาเป็นของร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ที่ประเทศอังกฤษเมื่อเดือนที่แล้วครับ ปกติร้านอาหารนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลสุขภาพอยู่แล้วในประเทศไทยเองก็มีหลายร้านที่ระบุจำนวนแคลอรี่ของแต่ละเมนูที่เราจะสั่ง แต่ถ้าก้าวไปอีกขั้นแล้วเปิดโอกาสให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถที่จะเลือกและสร้างสรรค์อาหารของตนเองตามปริมาณและคุณค่าทางสารอาหารที่ตัวเองต้องการได้ไหม?

ร้าน Vita Mojo เป็นร้านขายสลัดที่เพิ่งเปิดใหม่ในอังกฤษครับ ร้านนี้มีความพิเศษคือลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่านทางเว็บ หรือ ipad ที่มีวางอยู่ในร้านและเมื่อเข้าไปที่เมนูนั้น ลูกค้าก็สามารถที่จะเลือกชนิดของผักน้ำสลัดส่วนผสมต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งระบุปริมาณอีกด้วย เช่น ต้องการผักสลัดกี่กรัม ต้องการมะเขือเทศกี่ลูก ต้องการไข่กี่ฟอง พร้อมๆ กับที่ลูกค้าเลือกส่วนผสมของสลัดนั้น ก็จะมีกราฟขึ้นมาโดยอัตโนมัติที่หน้าจอเลยครับว่า จากส่วนผสมที่ลูกค้าเลือกนั้นประกอบด้วยไขมันกี่กรัม โปรตีนกี่กรัม และคาร์โบไฮเดรตกี่กรัม ดังนั้นลูกค้าสามารถที่จะเลือกทั้งส่วนผสม และคุณค่าทางโภชนาการได้แบบที่ตนเองต้องการเลยครับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง

มาดูผลิตภัณฑ์พื้นๆ อย่างเช่นแปรงสีฟันบ้างครับ ปัญหาที่เรามักทราบกันคือหลายครั้ง เราแปรงฟันได้ไม่ทั่วถึงทั้งปากอย่างแท้จริง ดังนั้นล่าสุดเมื่อต้นปีนี้แปรงสีฟัน Oral-B จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ครับชื่อ Oral-B Genius ที่เป็นแปรงสีฟันที่เชื่อมต่อกับ app ในมือถือดังนั้นขณะที่เราแปรงฟันไปนั้นข้อมูลจากแปรงสีฟัน ก็จะถูกส่งต่อไปยัง app บนมือถือ และแสดงให้เราเห็นเป็นแผนที่ฟันของเราแบบ real-time เลยว่า เราได้แปรงส่วนไหนไปแล้วบ้าง และมีส่วนไหนที่เรายังไม่ได้แปรงบ้าง

สุดท้าย มาดูตัวอย่างจากญี่ปุ่นบ้างครับ เมื่อสิ้นปีที่แล้ว Matsumoto Apple Association ได้ออกขาย Apple รุ่นใหม่เรียกว่า Dentapples ที่มีสติ๊กเกอร์ QR code แปะอยู่และเชื่อมต่อเข้ากับ app บนมือถือเมื่อลูกค้าซื้อแอปเปิ้ลไปแล้ว ก็เพียงแค่กัดแอปเปิ้ลนั้นไป 4 คำจากนั้นถ่ายรูปแอปเปิ้ลที่ถูกกัดนั้นเข้าไปบน app หลังจากลูกค้าตอบคำถามสั้นๆ เกี่ยวกับสุขภาพฟันแล้ว ภายใน 24 ชั่วโมงจะมีทันตแพทย์มาให้คำปรึกษา (ฟรี) แก่ลูกค้าโดยไม่ต้องเจอตัวครับแต่เอาข้อมูลจากรูปที่กัดแอปเปิ้ล และที่ตอบคำถามเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการให้คำปรึกษาครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้ง 5 ตัวอย่างข้างต้น ยังไงเราก็ต้องติดตามดูต่อไปนะครับว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แต่ความน่าสนใจคือองค์กรต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่พยายามที่จะเชื่อมผลิตภัณฑ์และบริการของตนเองเข้ากับกระแสความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพกายและใจได้อย่างน่าสนใจครับ